Parichat's profile:*The expected place is ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    May 02

    "Fish don't FEAR"

     
    เกรดออกแล้ว
    แต่ทำไมมันช่าง.. แย่กว่าที่คิด...ได้ขนาดนี้
    แต่เดี๋ยวก่อน!!  ฟิช  ไม่ได้เสียใจอะไร  เกรดน้อยเป็นเรื่องธรรมชาติ (ในชีวิตนี้ก็อยากจะมี C+ ไว้เป็นสมบัติส่วนตัวดูซักครั้ง)
    บางที...ลองได้ซัก 2.50 ดูบ้างก็ดี เผื่อมันจะทำให้เราคุยกับคนอื่นเค้ารู้เรื่องขึ้น
     
    เมื่อก่อน..
    ตอนที่ไม่รู้จัก ซี รู้จัก ดี
    พอไปคุยกับคนส่วนใหญ่ เค้าก็จะบอกว่า "อี๋~ไม่ต้องมาพูดเลย"  .. "แม่ง เก่งว่ะ" ทำให้คุยกันต่อไปไม่ได้
    เราก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไง  "โอ๊ย ไม่เก่งหรอก แค่ 3.80 เอง"  มันก็ไม่เข้าท่า
    ในใจก็คิดว่า วิชาง่ายๆแค่นี้ทำไมทำกันไม่ได้วะ
     
    พอเจอกับตัวเอง...
    ความพยายามอย่าง "หืดขึ้นคอ"
    ไม่เคยพยายามกับการสอบครั้งไหนๆ มากมายเท่ากับครั้งนี้  ..และมันก็ได้ผ่านมาแล้ว
    ผลมันก้ออกมาแล้ว ....ความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือ..."นี่คือ คะแนนของตัวเราเองโดยแท้แน่นอน"
     
    ครั้งอื่น ..อาจฟลุ๊ค
    แต่ครั้งนี้ไม่มีคำนั้น....สั้นๆง่ายๆ "สะใจเจงๆ"
     
    บทเรียน...
    แต่ไหนแต่ไร.. เจอแต่ความผิดหวังซ้ำซาก... เพราะขาดการวางแผน
    เพราะคิดว่า ไป "ชนเอาซึ่งๆหน้า" ก็น่าจะรอด
    เวรกรรมซ้ำซ้อน...ที่ส่วนใหญ่มันก็รอดมาทุกครั้ง
    โลกนี้สอนให้เรารู้ว่า..."ไม่มีอะไรได้มาง่ายเกิ๊น"
    จะเอาความ "สำเร็จ" ต้องแลกมาด้วย "ความพยายามครั้งงแล้วครั้งเล่า"
     
    เดี๋ยวนี้...
    ไม่ใช่แค่ "มาพยายามกันต่อเถอะนะ"
    แต่ต้อง "พยายามอย่างมีแผนการ"...ทุกคนรู้ว่า คนเราทำอะไรต้องมีเป้าหมาย
    20 ปีที่ผ่านมา มากเกินพอแล้วสำหรับการปล่อยให้สองเท้าก้าวไปอย่างสะเปะสะปะ
    เราโตๆกันแล้วนะ.....
    มาลองทำอะไรให้เป็นผู้ใหญ่ ด้วยหัวใจของ เด็กๆ ดีกว่า
    เพราะแบบนี้...ฟิชเลย ต้อง MAKE OVER ตัวเองใหม่
     
    FISH NEVER FEAR
    ต้อง "ฟิช" ต้อง ฟิช ถึงจะชนะ
     
     
    (ปล. นี่มันอะไรอีกแล้วเนี่ย???????)
     
     
     
     
     
     
    February 02

    The Silver Week

     
    ขอสรุปรายงานที่ผ่านมาในรอบอาทิตย์นี้
    หลังจากที่วันนี้ มี Today viewed たかい (สูง) เป็นประวัติการณ์
    ตั้ง 18 viewed แน่ะ เข้ามาดูกันทำไมยังไม่ได้อัพ ไม่รุเหรอ????
    5555+
    นี่เป็นช่วงที่ทิ้งห่างการอัพ นาน เป็นประวัติการณ์เหมือนกัน
    มีอะไรเป็นประวัติการณ์หลายอย่างอยู่
    แต่ว่า มันไม่มากสุดๆ ก็เลยเป็นได้แค่ Silver (ไม่ถึง Golden)
     
    ดังจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ (เห็นได้ว่า สกิลภาษาไทยสูงมากๆ)
     
    ประการแรก อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็น อาทิตย์เงิน เพราะ ข้าพเจ้าได้เจอเดอะกายเบอร์ 2
    ถี่ที่สุด เนื่องจาก ปกติแล้วข้าพเจ้า( สงสัยอยู่ว่าจะสุภาพไปอีกนานไหม???) จะเจอ หนุ่มอักษรย่อ ป.
    อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เป็นอย่างมาก และ ถ้าเจอตอนเช้าแล้วตอนเย็นจะไม่เจอ
    แต่ทว่า อาทิตย์นี้ พีคมั่กมาก สามารถเจอได้ถึง 4 วัน นับเป็น 6 ครั้ง (เรียกว่าเยอะแล้ว)
    ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า อาทิตย์นี้เค้าเฮงจิง
     
    ประการที่ต่อมา อาทิตย์ที่ผ่านมาพีคมั่กมาก เพราะมีงานเข้ามาสุมหัวกันเยอะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน (เหรอ?)
    เริ่มตั้งแต่ เรียงความจริยธรรมแพทย์ ที่ไม่เคยมี แล้วก็ บลาๆๆๆ จนกระทั่ง
    ปิดฉากงานสุดท้าย ที่ไม่ใช่ท้ายสุด ด้วยโดมวิชาการ
    อย่าลืมนะคะ มิลเล่อร์มือซ้าย จะงอยมือขวา น้องดูสิว่าจะส่องฟันซี่นี้ต้องใช้ วิวไหน??????
     
     
    ประการสุดท้าย อันนี้ไม่ได้พีคด้วยความถี่ หรือข้อมูลทางสถิติ จึงไม่ต้องเอาตัวอย่างมาทดสอบสมมติฐาน
    ให้มากมาย แต่ว่า อันนี้พีคด้วยอารมณ์ -*- เพราะเพิ่งค้นพบว่าตัวเองได้ไป กระทำ
    การบางอย่างทิ้งไว้โดย ไม่คาดฝันว่าได้ กระทำ
    และผลของการ กระทำ นั้นทำให้เกิดความไม่สบายใจ ต่อตัวของผู้ กระทำ เอง
    ตกลงว่า มันเป็นเรื่องของการ กระทำ ที่ผู้กระทำ กระทำ แล้วไม่สบายใจในการ กระทำ ของตัวเอง
    ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้อีกว่า อาทิตย์นี้ของเค้าฮิตจิง (ตงไหน?)
     
    จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่า สาระไม่เคยมี -*- แม้กระทั่งความจริงยังคลุมเครือ
    แต่ว่า หากผู้อ่านอ่านด้วยวิจารณญาณแล้วจะพบว่ามีเรื่องเดียวที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อนั่นคือ เหตุผลประการแรก
    อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านอ่านมาถึงบรรทัดนี้ ก็เป็นการดีอย่างยิ่งที่จะได้เรียนให้ท่านได้ทราบว่า ขณะนี้ฟิชชี่ต้องลด อย่างจิงจังซะแล้ว
     
     
    ปล. ไม่มีอะไร
     
     
     
    December 24

    *One day Anniversary*

     
    ก็ไม่รู้จะเขียนอะไร
    แต่วันนี้รู้สึกมีความสุขกับบางอย่าง (เมื่อวานยังคิดไม่ตกอยู่เลย)
    ก็เรื่องผู้ชายอีกแล้ว
    ผู้ชายตามเคย 5555+ (จะถูกมองเป็นคนแบบไหน?/ไม่สน?)
    เรื่องของผู้ชายแก่ๆ 5 คนที่ขูดรีดเงินเรา
    กับผู้ชายหนุ่มๆอีกคนนึง
    อายุ 20 ต้นๆด้วย จะใช่คนที่หมอดูทำนายไว้อ๊ะเป่า???? 555+
     
    เรื่องมีอยู่ว่า watashi ได้เข้าไปในบอร์ดที่ไม่ค่อยได้เข้าไปนาน
    ประมาณว่าช่วงนี้ต้องใช้สมองซีกขวา มากกว่าซีกซ้าย
    จินตนาการเลยไม่ค่อยเกิด อารมณ์ก็เลยไม่ค่อยมา
    นั่งอ่านกระทู้ไปเรื่อยๆด้วยความเปื่อยในชีวิตสุดๆ
    แล้วจู่ๆก็ ขำๆ ไปกับเรื่องที่อ่าน ภาพที่ได้ดู (มันภาพอะไร??? สงสัยกันหล่ะสิ)
    แล้วก็รู้สึกว่า
    "พวกเค้า" คือสิ่งที่เรียกว่า "ความสุข"
    ที่เรามักจะลือมอยู่เรื่อย
     
    พอจะเข้าใจได้หน่อยนึงว่า ทำไมถึงมีเด็กฆ่าตัวตายตาม ฮิเดะ
     
    เพราะถ้าอยู่ในโลกของจินตนาการมากเกินไปมันไม่ดีน่ะสิ
    แต่เราอยู่แบบครึ่งๆกลางๆ
    หนักไปทางสมองซีกขวาแล้วเดี๋ยวนี้( นึกถึงโจทย์ เทอร์โมไดนามิกส์ 30ข้อของนู๋)
    ก็เลยหลงๆลืมๆ สิ่งที่เรียกว่า "ความสุข"
    สิ่งพอเห็นแล้ว "ยิ้มออก"
    ผู้ชาย ที่ทำให้เรารู้สึก กระชุ่มกระชวยหัวใจเป็นพิเศษ
    ผู้ชายแก่ๆ ทั้ง 5 ที่บ้าพลังสุดยอด
     
    ตอนนี้ใกล้ปีใมห่..ว่าจะส่งของขวัญไปให้ผู้ชายแก่ๆทั้ง 5 และผู้ชายบ้าๆ อีก 1 คน
     
    6-pv
     
     
    ผู้ชายแก่ๆ คนนี้.....
     
    ม่ายช่ายยย
     
    final
    ผู้ชายอาร๊ายย เรียกว่ายังหล่อ และ ยังแก่ได้อีก
    ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ส่งเงินเลี้ยงดูไปให้ทุกปี (จากค่าซีดี ของ oresama -*-)
    แล้วก้อีตานี่อีกคน
    arena_september03-48
    ปีใหม่นี้ว่าจะส่งเสื้อ "หล่อเลือกได้"
    อิมพอร์ตจาก ธรรมศาสตร์ ไปให้เลยทีเดียว
     
    แง่ะ -*- แล้ว สิ่งที่เรียกว่าความสุขก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้
    oresama ว่าเรายังเหลือโจทย์เคมี และ ชีทไบโอ อยู่อีกเป็นปึ๊ง
    ถ้าไม่อ่าน ก็เห็นว่าจะได้เลี้ยงหมากันก็ก็คราวนี้
     
    เพราะฉะนั้น ไปแล้วหล่ะเอย
    November 06

    あなたのスペ-ズはどちらですか?

    เสปซของคุณภาษาอะไร?
    เสปซของฟิชชี่ (เคยเป็น) ภาษาญี่ปุ่น!!!
     
    เมื่อ 2 ชม.ที่แล้ว
    Space ของเราเป็นภาษาญี่ปุ่นจริงๆ
    มันขึ้นข้อความว่า こんにちわFishiesさん
    อ๊ากกก ซึ่งตกใจมาก
    ซึ่งกำลังจะอัพเสปซ
    ซึ่งทำให้หมดอารมณ์... เพราะอ่านไม่ออก
    ตอนนั้นสติยังไม่กลับมา ก็ไปกด encoding ภาษาไทย
    หนักกว่าเดิม
    เป็นการยืนยันว่าภาษาญี่ปุ่นที่อยู่บนหน้าจอมีความหมายทุกตัว
    ไม่ใช่ภาษามนุษย์ต่างด้าวแต่อย่างไร
    (แต่ไอ้ที่นั่งหน้าเจ๋ออยู่เนี่ย รู้สึกเป็นคนต่างด้าวขึ้นมาทันที)
     
    แล้วจะทำยังไงต่อ...?
    ยังไม่ทันคิดเสร็จ เราว่าเรายังไม่ได้คลิกอาราย
    มันขึ้นหน้า japanese~ซักอย่าง .spaces.live.com ให้อีกต่างหาก
    เอาเข้าไป
     
    เท่านั้นยังไม่พอ โอ้ววซาร่า... ไอ้แทคโฆษณาข้างบนก็เป็นโฆษณาของญี่ปุ่น
    space update ข้างๆ ก็เป็นเสปซของคนญี่ปุ่น
     
    ถ้าตอนนั้นยังไม่อยากอัพเสปซ
    คงดีใจน่าดู...ใช่ซิ้ รอมานานแล้วแบบนี้555+
    แต่ว่าตอนนั้น
    ขออย่างเดียว....
     
    เอาภาษาไทยของหนูคืนมา...(อังกฤษก็ไม่ว่า แต่อย่าเพิ่งมา ฟิชชี่โนะนิฮงโกะ ตอนนี้)
     
    แล้วซักพัก...คอมก็แฮงค์ไป
    มันเป็นบ้าไรของมาน????
     
    วันนี้แฮงค์ด้วยอาการเดียวกันมา สองรอบแร้ว
    สงสัยต้องวาน-เด็กวิทย์คอม-มาช่วยซ่อมม!!!
    (อ๊ากกก มุกนี้เพิ่งคิดได้เลยจิงๆเหอะ)
    5555+
    ยัง มุ่งเข้าสู่ประเด็นได้อยู่นิดนึง
    ครือว่า...วันนี้จะแอบอัพรูปเดอะกายแบบเซ็นเซ่อชื่อ(ชื่อที่ป้าย) และตัด แต่ไม่ต่อแล้ว..
    รูปนุง
    เค้าคงไม่ว่าเนาะ
    เพราะเค้าไม่รู้จักเสปซเราหรอ ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆ
     
    ปล. เดอะกายเบอร์ 2 เนะ
     
    そそ、みんなさん!これはにばんの the guy です、どぞ!
     
    spe-tg2
     
    Fishies on board!
    ปล. พี่เจมส์ได้ฝากข้อคิดไว้ในรายการวันวานยังหวานอยู่(จะบอกเพื่อ?) ว่า
    "ถ้ามีโอกาสได้รัก..ไม่ว่าจะรักเขาแล้วเขารักตอบ หรือ รักเขาข้างเดียว ก็รักเถอะครับ..^^"
     
    ซึ่งฟิชชี่ชอบมาก.. ชอบเพลงที่พี่เจมส์ร้องเป็นภาษาเกาหลีมากกก
    ชื่ออารายนะ stay the same ป่าวไม่แน่ใจ??
    ใครมีส่งให้นู๋ม่างน้า...ไปจริงๆละ บ๊ายบาย
     
    October 06

    the guy Fishies fall in love with

    ว๊ ว๊ ว๊าว!!

    นานๆ ที ฟิชชี่จะออกมาพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าสาธารณะชน

    แต่มาพูดช่วงใกล้สอบนี่มันก็ดูเสียบรรยากาศไปหน่อยเนาะ

    แต่ไม่เป็นไร หยวนๆ

    คลายเครียด~

     

    มามะจะเล่าให้ฟัง

    ตอนนี้ฟิชชี่มี เดอะ กาย ไอ ฟอล อิน เลิฟ วิท อยู่ 3คน

     

    คนแรก เป็น The real guy พูดง่ายๆว่าเป็นคนที่

    ฟิชชี่ปลื้มตัวจริงเสียงจริง

    เราเจอกันครั้งแรกที่ โต้รุ่ง มธ.

    ไม่รู้คณะ ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ปี

    จำหน้าก็ไม่ค่อยได้ ตัวไม่ค่อยสูงมาก

    ผมสั้นทำสี ซึ่งไม่แน่ใจว่าสีอะไร

    ตัวสูงกลางๆ

    อารมณ์ ไม่รู้จักเธอ ไม่รู้จักฉัน มากๆ

     

    จำนวนครั้งที่เจอ 3 ครั้ง..ครั้งล่าสุดก็นานมาแล้วมากๆ

    โอกาสที่จะได้เจออีกเป็น 10 เปอร์เซ็นต์

    ความประทับใจครั้งแรก เกิดขึ้นจากตอนนั่งกินข้าวที่โต้รุ่ง เรานั่งหันหน้าเข้าหากัน

    แต่..นั่นไม่ใช่ประเด็น

    ประเด็นคือ...เค้าหน้าคล้ายๆ ปาร์ค ชาง ฮี แถมยังตัดหน้าม้าอีก

    เอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม!

     

    คนต่อมา มันเกิดจากการ ไม่รู้จักเธอ ไม่รู้จักฉัน ของฟิชชี่

    ดั๊นน ไปเจอ เดอะ เซคคั่น กาย ข้างสนามฟุตบอลตอนไปสวัสดินักกีฬา งานเฟรชชี่เกมส์

    แล้วด้วยความที่ จำหน้า เดอะ เรียล กาย ไม่ได้

    ก็เลยเหมาว่า อีตานี่เป็น เดอะ กาย

    เพราะโครงหน้าด้านข้างช่างเหมือนมาก

    แอบจ้องไปพักใหญ่ๆ จนเค้ารู้ตัว

    แล้วฟิชชี่ก็รู้ตัวว่า ฮี อิส นอท เดอะ กาย ว่ะ

    เพราะ ผมเค้าไม่ได้ทำสี!! แค่มีหน้าม้าเหมือนกันเท่านั้น

    ก่อนหน้าที่จะตรัสรู้ว่าเขาไม่ใช่เดอะกาย ก้ได้ทำการเก็บข้อมมูลมาแล้วเรียบร้อย

    (คิดว่า เดอะ กายจะไม่สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลลับของฟิชชี่ได้)

    เอาเป็นว่า เดอะ เซคคั่น กาย อยู่ ปี1 คณะวิดยา ละกัน

     

    จำนวนครั้งที่เจอ 6 ครั้ง ..ล่าสุดคือ จันทร์ที่ผ่านมา

    โอกาสที่จะได้เจอกันอีกเป็  40 เปอร์เซนต์

    ความประทับใจครั้งแรก  ไม่ประทับใจอย่างแรง เพราะ ฮี เพลย์ ฟุตบอล!!!

    แต่พอเจอครั้งหลังๆก็เริ่มประทับใจขึ้นมาเป็นลำดับๆ (ดู๊ดูนิสัยจิงๆ..)

    ให้ไป 7 คะแนน*

     

    (*หมายเหตุ เพราะคาดว่า ฮี คงกำลังจะมีแฟนเร็วๆนี้ ได้ยินจากตอนไปสวัสดิฟุตบอล

    มีผู้หญิงคนนุงมาตามจีบแกอยู่.. เราเข้าใจถูกป่าววะ? น่าจะใช่นะ จากการนั่งฟังอย่างหูผึ่ง

    เจ้าหล่อนน่าจะเหยียบเกียร์ 5 ใส่ฮีมากกว่าที่ ฮีจะจีบเธอ แล้ว หล่อนก็ สวย เปรี้ยวดี ทำให้

    ฟิชชี่ กำลังจะหมดลุ้นในไม่ช้า ..รึจะให้ติดลบไปเลยดีมั๊ยเนี่ย????)

     

    เดอะ T3D กาย ส่วนสูงนำมาเป็นที่หนึ่ง ออกแนวคล้าย ปาร์ค ชาง ฮี มากที่สุด

    และเป็นคนที่ฟิชชี่ประทับใจม๊าก มาก ที่สุด ยกเว้น ถ้า...ถ้า..

    ฮี จะไม่เป็น ชีไปซะก่อน!!

    อันนี้ก็เนื่องมาจากการพบกันครั้งที่ ประมาณ 3 หรือ 4 เนี่ยแหล่ะ

    ตอนงาน เฟรชชี่ไนท์

    ฮี ใส่เสื้อลายขวางสีดำ-แดง เข่าขวามีผ้าพันเสมือนว่าบาดเจ็บอยู่

    เพราะส่วนสูงทำให้ฟิชชี่ จับตามองฮี ตั้งแต่ ฮีเข้ามาในยิม

    กับ ฮิสเฟรนด์ แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองในใจว่า ฮีแอ๊บป่าววะ?

    ด้วยความหยุดไม่อยู่ เลยถามปุ๋ยว่า แกว่าคนนั้นเค้าเป็น.. ป่าววะ

    ปุ๋ยก้อบอกว่า ..ไม่เป็นหรอก ดูดิเค้าก็อยู่กับเพื่อนผู้ชาย

    (หรอวะ???  ฟิชชี่ว่า เพื่อนเค้านั่นแหล่ะทำให้ชั้นคิดว่า ฮีจะเปง ชีเอาซะ)

    พอมีคอนเสริต เราเลยออกภาคสนาม ไปเต้นแด๊กๆๆ อยู่ใกล้ๆกลุ่มฮี

    แล้ว..แล้ว...

    ฟิชชี่ก้อเห็นฮีเต้น

    ท่า.. กำมือขึ้นแล้วหมุนๆ ชูมือขึ้นโบกไปมา !!??

    Oh my Goodness!! what does that mean!!!!!?????

    ฟิชชี่กำลังคิดเข้าข้างตัวเองว่าเค้าไม่ได้เป็น

    แต่เพื่อนๆที่อยู่ในเหตุการณ์มันจ้องเค้าไม่เลิก จนเค้ารู้ตัว แล้วถอยทัพหายไป

    แล้วมันก้อสรุปกันว่า...

    ผู้ชายที่ไหนวะจะเต้นท่าแบบนี้

    ฟิชชี่ โซ แซดดดดดด

    หลังจากนั้นเราก้อไม่ได้เจอกันอีกเลย เศร้าใจเจงๆ

    จำนวนครั้งที่เจอ 3-4 ไม่แน่ใจ ..ล่าสุดก้อคือเฟรชชี่ ไนท์นั่นเอง

    โอกาสที่จะได้เจออีกเป็น 0 เปอร์เซนต์

    ความประทับใจครั้งแรก ..ไม่มี มีแต่ท่ากำมือขึ้นแล้วหมุนๆนั่นน่ะ

    เอาไปเลย ... ทั้งใจ!!!

     

    ..

    บทกวีไม่มีความหมาย ฉันงมงายสวดมนต์ขอพร....

    ถ้าฉันจะมีโอกาสอีกครั้ง ได้พบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์.....หากความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่มองหน้ากัน ปฏิทินไม่บอกคืนและวัน

    อย่างที่ฉันไม่เคยต้องการ ก็อยากให้เธอได้พบกับฉัน เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน

    จูบเพื่อรำลาในความสัมพันธ์  ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไป ....

    .

    โดยไม่รู้จักเธอ

    .

    .

     

    สรุปแล้ว เอามาเขียนให้อ่านกันเฉยๆ แก้เซ็งไปพลางๆ ช่วงนี้ตามันพาไปเห็นแต่คนเดินจูงมือกัน ชริชริ

    ก็ถ้าฟ้าให้มาเจอกันได้แค่นี้ 5555+ ดิ้นรนไปก็ไม่ได้เค้ามาหรอก

    ช่วงนี้เขียนอะไรดีๆ ไม่เป็น ยิ่งพยายามยิ่งแย่ จากการพยายามเขียนอะไรดีๆลงในงานภาษาไทย

    พบว่าครั้งแรก A-  ตื่นเต้นมาก คิดว่าตัวเองเขียนดี ครั้งต่อมา B- -

    ครั้งล่าสุด C+  ก็นะ.. เขียนอะไรดีๆกะเค้าไม่เป็นแล้วหล่ะ มาเขียนอะไรบ้าๆแบบนี้ดีกว่า

    AMEN

     

     

    September 28

    -Just my weakness-

     
    ช่วงนี้ ..เหนื่อย
    เหนื่อยใจ
    เหนื่อยกาย
    เหนื่อยล้า
    .......เหนื่อยแบบ แอบๆเหนื่อย
     
    มองไปข้างหน้าก็ยังไม่เห็นปลายทาง ...เวลาอีก 5 ปี มันยาวนานจนดูเหมือนจะไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ
    มันยาวเกินกว่าจะจินตนาการถึงทางแยกที่เราจะมี อิสระในการเลือกอีกครั้ง
    เพื่อนร่วมทางที่เดินไปด้วยกัน
    บางคนอาจหายไป
    เราเอง..ก็ไม่รู้ว่าจะรักษาระดับตัวเองไว้ได้อีกนานเท่าไร
    ..
    ..
    ทำไมรู้สึกไม่ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่เลยซักครั้ง
     
    ทำไม เฟว แบบนี้นะ
    ทั้งๆที่แอบ มี เดอะ กาย( i fall in love with) อยู่ตั้งหลายคน
    ก็ยังรู้สึก แย่ๆ....
    บางที...อยู่คนเดียว..ก็เหง๊าเหงากว่าที่คิดเนาะ
     
    ไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้น หรือ แรงบันดาลใจ ในการตื่นไปเรียนทุกเช้าเหมือนเคยๆ
    แทบไม่มีเวลาได้นึกว่า กลางวันนี้.. เย็นนี้ จะกินอะไรดี
    กิน..ก็สักแต่ว่า กินเพื่อให้ไม่หิวตอนเรียนวิชาต่อไป
    ข้าวเย็น... น่าเบื่อ จำเจ  ซ้ำซาก
    การเดินทาง.. ลำบาก  ห่างไกล...  ทุ่ง
    ไม่ใช่ไม่ชอบ
    ...ทุกอย่างที่พูดมา มีทางออกพร้อมอยู่แล้ว
     
    แต่ว่าช่วงนี้ ทำไมถึงรู้สึกแย่ๆ จนกระทั่งว่า
    ไอ้ทุกอย่างข้างบน มามา อินทิเกรตรวมกันหมดได้ขนาดนี้
    ดิฟ มันกลับไปได้มั๊ย????
     
    เราอยากมีทางเลือกมากกว่านี้
    อิสระมากกว่านี้
    สีสันในชีวิต..เอาให้เมามันส์กว่านี้
    อยากมองไปข้างหน้า ..แล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
     
    ตื่นเต้น
    เร้าใจ  อ่ะ....
     
    เอาเหมือนตอนก่อนเอนท์  มีป่ะ มีป่ะ????
     
    ช่วงนี้ชีวิตเรียบเป็น..เป็น... เป็น ผ้ารีด??
    ถ้าเปรียบชีวิต กับการเดินทาง
    ช่วงนี้ เราคงกำลังอยู่บนถนนพหลโยธินขาออก มุ่งไปสู่ภาคเหนือ
    ที่มีฝนตกหนักๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ทัศนวิสัยการมองเห็น แทบไม่มี
    รถติดแง่กอยู่กับที่
    อีกนาน..กว่าจะถึงเชียงใหม่...แต่มันก็แค่...ขับตรงไปเรื่อยๆ
    แบบนั้นจิงๆอ่ะ?
     
    อะไรของเราหล่ะเนี่ย
    เบื่อ เบื่อ เบื่อ
    เซ็งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง  อ้า
    เซ็งงงอะไรไม่รู้ รู้แต่ทุกๆ อย่าง มันทำให้เราเซ็ง
     
    เอ.... หรือว่า   เพราะกำลังกังวลว่า จะอ่านหนังสือสอบไม่ทันแว้ววว  กันแน่???
     
     
    ความติ๊งต๊องจิงๆ จะมีใครมาเข้าจายยยยย
    เป็นผู้ใหญ่แล้วมันไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย
     

     
     
     
     
     
     
    September 21

    ||| Tor+ and i |||

     
    this entry ยกให้ปัถยา ทั้งใจ.........
    *ถ้านู๋ปัถจะเข้ามาอ่านละก้อนะ*
     
    แบบว่า แบบว่า...  เมื่อวานมี Freashy Game#9
    แล้วพอเลิกงานก็มี คอนเสริต โต๋ ตอนประมาณ 5 ทุ่ม
     
    แต่ว่า ฟิชชี่ ไม่รอจนเลิกงานหรอก 555+
    หลังจากที่ทนยืนถือวอตากฝน ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ยัน 4 ทุ่ม
    ฝนก็ตกได้ตกดี
    พี่สต๊าฟปี 2 ก็วิ่งมาบอกว่า
    "น้องสต๊าฟที่จะถ่ายรูปกับโต๋ไปรอที่ห้องเก็บตัวโต๋เลยนะ"
    จังหวะนั้น  วอ เวอ ไม่สน
    ลีด เหลิด ไม่ต้องกัน ให้มันแระ
    แต่ลืมถาม ว่า ห้องโต๋ อยู่ไหน????
     Main Stadium มีเป็นร้อยห้อง คงไม่ควรวิ่งหา พี่โต๋ แต่ควรวิ่งไปหาไอ้พี่คนเมื่อกี้มากกว่า
     
    แล้วก้ได้ที่อยู่โต๋มา...
    หมายถึงห้องเก็บตัว พี่โต๋ ไม่ใช่ ที่อยู่บ้านพี่โต๋ บ้า! ใครจะให้
    พอไปถึงแบบว่า คนแน่นมาก
    แน่นเฉพาะตรงประตูหน้า กับ ประตูหลัง
    ส่องพี่โต๋กันหย่ายยย
    เสมือนหนึ่งเป็นสวนสัตว์เปิดเขาเขียว...ถ้ามันเป็นงั้นจริง ควรจับพี่โต๋ไปอยู่ใน สวน Eden
    จะเลิศกว่า และเลิศได้อีก ว่ามั๊ย?
     
    ด้วยความที่ว่า ไม่ต้องส๊อง ไม่ต้องส่อง
    เด๋วก็ได้เข้าไปเจอตัวเป็นๆ แบบ closer closer
    ก็เลยเดินเรื่อยเปื่อยอยู่ซักพัก
    เดินไปคุยเล่นกับพี่สต๊าฟที่เป็นการ์ดกันประตูพี่โต๋อยู่หน่อยๆ
    แล้วก็เอะใจ.. ไหงมันเริ่มนานหล่ะครับพี่น้อง
    ทันใดนั้นเอง พี่สต๊าฟก็เปิดประตูให้น้องสต๊าฟเข้า
    ไอ้เราก็เดินเรียงแถวตามเข้าไป
    หนึ่ง..
    สอง..
    อะ หยุดๆๆ
    คือ... หยุด ที่ แพนซี่ กะ ฟิชชี่
    อ้าว??  ไหงพี่มาหยุดที่หนู? หนูทำอะไรผิด???
    พี่เสื้อแดง แว่นเหลี่ยม ผมม้า(ยาวมาก ไปตัดซะ) ก็ยิ้มๆ เดี๋ยวก่อนน้องของดีมันต้องรอ
     
    แต่พี่สงสัยจังเลย
    โต๋ เค้า มีหาง หรอ?? ทำไมน้องส่องกันอย่างกะมาสวนสัตว์
    เออ พี่คิดเหมือนนู๋เลย
    555+ นู๋ว่าเค้าต้องมี 2 หูด้วยแน่ๆ
    พี่แก ฮ๊ะ??  จิงหรอ? (รับมุกอีก)
     
    เขียนมาตั้งนาน พี่น้องคะ..ฟิชชี่ยังไม่ได้เจอพี่โต๋
    รอไปอีกซักพัก พวกเราถึงได้เข้าไปทางประตูหลัง
    ก่อนหน้านั้น ได้ทดลองส่องประตูดูพี่โต๋ กะเค้าบ้าง
    แม่-ง...เห็นแค่พี่โต๋ด้านหลังครึ่งตัว ก็ยังส่อง
     
    เข้าไป..กะขอถ่ายแบบ 1-1 แต่ดันได้แค่ 2แช๊ะ
    คือรูปหมู่  2 กล้อง
    ..แล้วน้องเอาไปส่งต่อกันเองนะคะ.. สต๊าฟส่วนตัวพี่โต๋ หันมาบอก
     
    คือจะบอกว่า... ฟิชชี่ไม่ได้ชัวร์ๆๆๆ
    มีประสบการณ์จาก ยูนิเวอร์สิเอด แหะๆ
     
    แล้วก็มีกิจกรรมการขอลายเซ็นเป็นพิธี... ภาพพี่โต๋กำลังเซ็น เค้าก็ยังถ่ายกัน
    แอบเซ็ง
    กระดาษ ก้อไม่มีกะเค้า  มือถือก็ยังเก่าได้อีก.. กล้องก็ไม่มี
     
    ถ่ายเสร็จ เค้าก็เชิญออกมานอกห้องสิคะ
    แบบว่า พี่โต๋จะขึ้นแสดงแล้ว จะอยู่ไปใย
    ก็นึกว่า หมดบุญแค่นั้น..
    ที่ไหนได้ วาสนาที่อุตส่าห์เดินวนเวียนอยู่หน้าห้องพี่โต๋ ก็ทำให้เรา
    ได้เป็น การ์ด กันพี่โต๋ ไปเข้าห้องน้ำ!!!
    อันนี้แบบว่า ระยะใกล้ชิดม่ายไหวแล้ว
    โต๋ตัวจริงๆ ก็ไม่สูงนะ.. คือแอบเตี้ยนั่นเอง สูงประมาณเราเลย
    เดินๆไปมีการ ไหล่กระทบไหล่พี่โต๋ 555+
    เค้าคงคิดในใจว่า ..อินี่ลวนลามผม ..
    สต๊าฟก็เหลือเกิน  ให้พี่โต๋เข้าห้องน้ำหญิง
    โต๋หันมาถาม...  เข้าได้แน่นะ?  เหอะๆๆ
    ตอนโต๋เข้าไป ก็มีการซุบซิบ แบบนั่งยางกันตามธรรมเนียม
    ขนาด สต๊าฟของโต๋ หันมาแจมว่า ..ถ้าศิลปินพี่เสียความบริสุทธิ์ไปจะทำไง??
    ฟิชชี่รับผิดชอบเอง เลยดีมั๊ย? 55+
     
    ขากลับ ก็มีการวางแผนกันว่า จะให้โต๋มาเป็นการ์ด
    แล้วให้สต๊าฟผู้ชายไปเดินตรงกลาง
     
    พี่แกหันมาถาม
    "เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?"
    เราก็บอก.. อ๋อ เค้าจะให้พี่มาเป็นการ์ด แล้วพวกนู๋ไปเดินตรงกลางแทน
    พี่โต๋ทำหน้า..จะดีหรอ????
    ขากลับก็ยังมีการ ไหล่ กระทบไหล่
    หรือว่า จิตใต้สำนึกเรา มันจงใจลวนลามพี่โต๋ ???
     
    แล้วบุญพาวาสนาส่งก็มาได้ถึงเพียงแค่นี้
    พอโต๋ขึ้นเวที
    เราก็หมดหน้าที่โดยสิ้นเชิง
    พี่โต๋ไม่ได้เล่นเปียโน แต่เป็น คีย์บอร์ด
    แล้วก็มี Back up กีตาร์ เบส กลอง คีย์บอร์ด อีกตัว
    มือกลองด้านหลังหล่อได้ใจมาก แต่อย่าหันหน้ามาเด็ดขาด
    ถ้าหันมานี่ เรียกว่า ยังตี่ได้อีก
    ระหว่างเล่นๆ โต๋หันมามอง มือกลองอย่างบ่อย
    เข้าใจว่าต้องมีการส่งสัญญาณให้จังหวะกัน
    แต่คือ ฟิชชี่ยืนอยู่หลังมือกลองไง
    พอโต๋หันมา ..กรี๊ดกร๊าดประหนึ่งเค้าหันมามองเรา  จิงๆไม่ใช่เลย 555+
     
    เมื่อวาน โต๋ร้องเพลงแบบ อันพรีดิ๊กเทเบิ้ล หลายเพลงอยู่
    อย่างเช่น..  โต๋..ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม...
    แต่เพลงอื่นไม่รู้จัก ร้องไม่เปน แต่รู้ว่า ไม่เข้าแนวโต๋เลย
    ทำไปได้
     
    บรรยากาศทั่วๆไปของเมื่อคืน
    ก็คล้ายๆกับที่เห็นตามทีวี
    พี่โต๋น่ารักดี... ผิดไปจากที่เคยเดาไวยู่เล้กน้อย
    ดูเค้าหน้าไม่ค่อยแฮปปี้ ตอนก่อนเล่นนะ
    แต่พออยู่บนเวที ก็ แอ๊บความรู้สึก ได้ดี
    คุณผู้จัดการอ้วนๆ ก็น่ารักดี
    โดยรวมแล้ว เป็นคอนเสิตที่อบอุ่นกว่าที่คิดเยอะเลย
     
    สุดท้าย
    อ่านปากของฉันนะ...ว่า  .................
     
    อยากจะพูดอีกครั้ง..ว่า......
     และจะเป็นอย่างนี้ กับเธอไม่ว่านานซักเท่าไร
    ..
    จะรัก ..เธอ..  ไม่ยอมรักใคร
     
    *****
    วี๊ดดดวิ้วววววว
    เติมกันเอาเอง ว่าจะ รักโต๋  หรือ  รักใคร
     
    แต่ว่า ฟิชชี่ รักทุกๆๆคน5555+
     
    ปล. เก็บมาได้มากที่สุดแค่ความทรงจำ หวังว่าจะมีประโยชน์ ไม่มาก.. ก็น้อย หล่ะนะ
     
    September 16

    *สิ่งสำคัญ*

    สิ่งสำคัญ*Farewell* Universiade BKK 2007
    เก็บตก ยูนิเวอร์สิเอด
     
     
    วันนี้ด้วยความเรื่อยเปื่อย
    ก็ search ไปเจอ space ของคนที่เค้าทำฝ่าย waitting louge เขียนงี้ป่าว?
    เขียนบรรยายได้แสบสันมากมาย
    อ่านแล้วฮา..แบบว่า สะใจอ่ะ
     
    ถามว่า waittng louge ทำอาราย??  ก็เหมือนเป็นหน้าเป็นตา รับแขก ขนกระเป๋า
    เอาง่ายๆว่า รับหน้า ด่านแรก เวลา นักกีฬา check-in
    เราก้อแอบสงสัยว่า พอนักกีฬามากันครบแล้ว
    ฝ่ายนี้จะเหลือหน้าที่อาราย??
    เพื่อนเราคนนึงก้อทำฝ่ายนี้ ไปๆมาๆ ยังไงรู้มั๊ย ...เค้าบอกว่า โดนเด้ง
    อารมณ์ ..ตกงาน.. ว่างั้น

    เค้าก็เลยมาช่วยเราทำที่ C8 ช่วยทำจน เกาหลี เบลเยี่ยม กลับเกลี้ยงตึกเลยอ่ะ
    ทำแบบถ้าได้ตังส์ก็ร่วมๆ 3000 อ่ะนะ...  voluteer ไทย ใจ ขนาดไหน??
    ผู้ใหญ่รับรู้มั่งมะเนี่ย?
     
    แล้วพวกที่เหลือ ก็โดนเด้งไปทำฝ่าย เก็บขยะ เก็บขวด ดูดิ...
    เก็บขยะ เก็บขวดตามตึกขาย
    เงินเข้าใคร.. ขอถาม?
     
    แต่ว่า..โลกนี้ไม่เคยมีของฟรี
    ไม่ว่า อาสาสมัคร จะใจขนาดไหน
    เราก้ไม่ได้ ใจ ขนาดที่ว่าจะยอมทำให้ง่ายๆโดยไม่แอบหวังผลกันหรอกช่ายมะ
    อย่างเพื่อนเรามันย้ายมาทำที่ C8  เพราะ เลิฟ เกาหลี มากๆ
    ถือว่า เป็น กำไรสายตา  อะไรอย่างนั้นไป
    แต่แบบว่าสุดท้าย... ก็ เอียน เกาหลี กันไปเลยทีเดียว
     พวกที่ไปเก็บขวดตามห้องนักกีฬา นี่กำไรชีวิตยิ่งกว่า 55+
    ยังไงต้องไปอ่านต่อที่ space ของคุณ  waitting louge
    เพราะเค้าไปมาแล้วแทบทุกตึก
    ช่ำชองยิ่งกว่าเรา
    ถือว่า เป็นเรื่องเล่า แลกเปลี่ยน..นินทา.. ชาติที่เจริญ(กว่าไทย) แล้วทั้งหลาย
     
    แต่ส่วนใหญ่...
    ดูเหมือน ยูนิเวอร์สิเอด จะกลายเป็น ตลาดนัดผู้ชาย อะไรทำนองนั้นมากกว่า
    แบบว่ามีให้เลือกรวมจากทั่วโลก เอาขาว เอาดำ  จัดมา จัดไป
    กำไรชีวิต ทั้ง เหนื่อย เหงา เศร้า เซ็ง และ สนุกมากๆๆๆๆ
    จนถึงตอนนี้... ผ่านมา เดือนกว่าๆแล้ว
    วันที่ 16 เดือนที่แล้ว... เรากำลังทำอะไรอยู่นะ
    แล้ววันที่ 16 สิงหา ปีหน้า... เราจะกำลังทำอะไรอยู่นะ
     
     
    บางครั้ง เราก็มานั่งบ่นเสียดาย
    ที่ลืมทำนู่น ไม่ได้ทำนี่  หรือแบบว่า เสียดายเนาะ คุยกับเค้าน้อยไป  ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ให้มากกว่านี้
    แต่คิดในแง่ดี
    แม้ว่าจะลืมทำนู่บ้าง ทำนี่บ้าง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว
    แม้ว่ามันจะเล็กน้อย..จนบางครั้งอาจจะลืมไป
    แต่เรามั่นใจว่า สิ่งที่เราได้ทำให้กับพวกเค้า

    ...รอยยิ้ม
    .......ลำใย
    ....แท็กซี่
    .......Master key
    ...pin
    ...............อะไร อะไร ต่อมิอะไร

    จะเป็นเพียงสิ่งเดียวในโลก ที่เราได้จากเค้า และเค้าได้จากเรา
     
    จะเข้าใจกันไม๊นะ?
     
    ไม่ว่า Juntae จะให้ pin  KOREA Gymnastic asso. ไปกับคนอื่นๆ อีกหลายคน
    แต่ pin ที่เค้าให้เรา มีเพียงอันเดียวในโลก
     
    ถึงแม้ว่า เสื้อกีฬา สีแดง ไซส์ 6L จะผลิตออกมาเป็น ร้อยตัว
    และ ตุ๊กตากระต่ายถือลูกบาสบนสปริง จะมีขายอยู่ทั่วงาน ตัวละ 30 บาท
    แต่ ทั้งเสื้อตัวใหญ่ และ กระต่ายตัวเล็กๆนั้น
    ก็จะมีเพียงตัวเดียวในโลกเหมือนกัน
    เป็นตุ๊กตากระต่ายตัวเดียวในโลก...ที่เรายื่นให้กับเค้า
    และเป็นเสื้อตัวเดียวในโลก..ที่เค้ายื่นให้กับเรา 
     
    แลกเปลี่ยนกัน ด้วย..."ใจ" ...
     
    สิ่งสำคัญ  ไม่ใช่ ตัววัตถุ ปริมาณ.. คุณภาพ... หรือ ราคา  ของสิ่งที่ได้มา
    แต่มันคือ  ..."คุณค่า"...  ที่จะถูกเก็บไว้ในความทรงจำต่างหาก
     
    พอคิดแบบนี้..ความกระวนกระวายใจ  ความรู้สึกเสียดาย มันก็หายไป
    แล้วเราก็รู้สึกว่า ทุกสิ่งที่ได้ทำมา มันเต็มที่ที่สุดแล้ว...
    ที่ไม่สามารถลืมได้ ก็เพราะ ทุกอย่าง คุ้มค่า จนเกินกว่า จะลืมมันไปได้ ต่างหาก
     
     
    เรื่องน่ารักของ HOD แก่ๆของเกาหลี ชื่อ Mr. Zhan ที่สูบบุหรี่จัดมากจนหน้าโทรม
    ที่แม่งคุยภาษาอังกฤษได้ แล้วจะให้ เราคุย อังกฤษ แปล เป็น อังกฤษ ให้ฟังอีกรอบ
    เพื่อ????
     
    เรื่อง น่ารักๆของ พี่นที ตอนที่จะเอามือถือคืน แล้วทำเสียงเหมือนเด็ก งอแงจะเอาของเล่นคืน
    "อันนี้ ของ อปป้า(พี่) เอาของ อปป้ามานะ" 
     
    เรื่อง ที่เจอของดี นักกีฬาวอลเล่ย์ชาย อาบน้ำไม่ปิดประตู???
     
    เรื่องที่ว่า  ..เกาหลีที่ห้องเรียบร้อยมากก็มีเหมือนกันนะ เรียบร้อยระดับ Excellent เลยแหล่ะ
     
    เรื่องว่า  โค้ชเบลเยี่ยม คนนึงบอกเรากับเพื่อนว่า  ไม่มีคนอยู่ในห้อง and you'd better not go inside...
    แล้วเพื่อนเรามันฟังเป็น better go inside แล้วไขกุญแจเข้าไปเลย แล้วอีตาโค้ชก้อหันมาเห็น แล้วตะโกนบอกเพื่อน
    แกว่า hey volunteer มันเข้าไปในห้องแล้วโว้ย 
    ...แต่ขอโทษ  อีเพื่อนแกคนนั้นเป็น HOD ที่อนุญาต ให้เราเข้าไปเปิดห้องเองแหล่ะ 555+
     
    อ่า...แล้วก็เรื่องความน่ารักของ นักกีฬาฮ่องกง ที่แสนจะอัธยาศัยดีและเป็นมิตรซะเหลือเกิน
    ยังอดคิดถึง Yat-sin ไม่ได้ วันนั้น ที่ทักกัน ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันเลยเนาะ
    จะกลับเร็วก็ไม่บอก
     
    ทุกสิ่ง...

    ทู้กอย่างงง....

    ประทับใจมากมาย
    จนตอนนี้ ที่เปิดม่านระเบียงทุกครั้ง ก็ยังอดมอง C8  แล้วนึกถึงช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นไม่ได้เลยซักที
    อาจจะเหมือนเขียนเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา

    ก้อแหม.. มันอดไม่ได้
    ^o^
     
    ปล.  วันนี้ ตาโย จะบินไปญี่ปุ่นแล้ววหล่ะ  อวยพรให้ตาโยโชคดี  คงไปส่งไม่ทันแล้วว แต่ว่า ดูแลตัวเองดีๆน้าาาา
    อยู่ที่ไหนก้อคงไม่สุขใจเท่าบ้านเรา  แต่ว่า.. เก็บเกี่ยวมันให้เต็มที่น๊าาาาา ครั้งนึงในชีวิต ที่ยาวนานถึง 4 ปี
     ซักวันเราจะตามไป หุหุ  --- Jaa ne! 
    August 23

    Pride of Yonsei - โลกส่วนตัว

     
     I'm staying in my private world
    surrounded by Korean atleth guys
     
    Park Chan Hee ><"
    OH Se Keun ^o^!
    Park Jun Tea xox
     
    My Goodness!!
     
     
    อ๊าๆๆๆ ช่วงนี้ขอเหอะ หลังจากที่ เจอะเจอแต่ความบอบช้ำทางจิตใจ
    ขออะไรให้ตัวเองได้กระชุ่มกระชวยสักหน่อย
    แม้ว่ามันจะเป็นแค่ความเพ้อ(?)
    แม้ว่ามันจะเป็น ...เกาหลี... -*-   แล้วทำมายยยยะ??
     
    แอบดีใจนิดหน่อยที่ในที่สุดเราก้ได้พูดภาษาญี่ปุ่นกับคนญี่ปุ่นซักที(พูดเยอะมากๆๆ)
    รู้ม๊ายย พูดว่าไร
     
    ตอนแรกเกริ่นๆว่า Nihon-jin แล้วเขา(..ผู้ชายคนนั้น..อ๊า น่ารัก -*-) ก็เงยหน้าจาก โน๊ตบุ๊คขึ้นมามอง
    เราเลยพูดต่อไปว่า  Nihon-jin desu ka?  (เป็นคนญี่ปุ่นรึเปล่าคะ?)
    อีตานั่นคง งงๆ มาC4 จะมาถามหาเกาหลีใต้เรอะไง 555+
    แล้วเค้าก้อตอบด้วยเว้ยย เค้าก้อ Hai (ใช่ครับ)  อะไรอย่างง้านน..วันนั้นฟิชชี่เคลิ้มทั้งคืน (เนื่องจากเป็นกะดึก จึงเคลิ้มทั้งวันไม่ได้/*แป่ก*)
     
    จริงๆ ช่วงนี้ที่ ออนเอมแล้วไม่ได้คุยอะไรกับใคร
    เพรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับการหา Cyworld ของหนุ่มๆเกาหลีอยู่ ..อย่าถือสา
    คนโสดก้องี้ 555555+
    ขอเก็บเกี่ยวก่อนที่จะต้องไปเครียดกับการเรียนละเน้อ ...จริงๆ คือ เครียดกับคะแนน 555+
     
    โอเคน๊า ^o^
     
     
     
    August 21

    A day without U, Universiade ToT

     
                  
              
     พอไม่มี Universiade ชีวิตก็รู้สึกว่าง
    ไม่มีอะไรให้ทำ ไม่มีอะไรให้คิด  ไม่มีความตื่นตาตื่นใจให้รอคอย
    เหมือนอย่างที่ผ่านมา
     
    ตลกตัวเองที่เป็นได้ถึงขนาดนี้เหมือนกันนะ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
    ทำไมฟิชถึง so sensitive ได้ขนาดนี้
     
    ปากก็บอกปาวๆ ว่า I'm เจแปนนิยม
    ยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้นอนู่นะ
    จะบอกว่า นักกีฬาญี่ปุ่น น่ากรี๊ดกว่า เกาหลีเยอะ
    แต่เราไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับเค้ามากเท่าเกาหลีไง
    ขอยืนยันว่า Fishies ไม่ได้กบฏ น๊า
    เราแค่ประทับใจ(อาจต้องกัดฟันพูดซ้ากหน่อย) กับนักกีฬาเกาหลี
    ไม่ได้รวมถึงว่าเราจะต้องคลั่งไคล้ศิลปิน หรือ อะไรแนวๆนั้นด้วย
     
    เพราะเราชอบความเป็นญี่ปุ่นมากกว่า
    ถึงแม้ว่าตอนนี้ เกาหลีมันจะเริ่มทำตัวเหมือนญี่ปุ่นเข้าไปทุกทีๆๆ
    แล้วเมื่อไหร่ประเทศไทยจะตามเค้าไปบ้าง?
     
    ไม่ได้หมายถึงให้เลียนแบบนะ
    แต่หมายถึงความตั้งใจ .. ความทุ่มเท
    ความรักชาติ
    ไม่ใช่แบบดีแต่พูด ดีแต่ปฏิวัติ ดีแต่รัฐประหารไปวันๆ
    10 ปีเปลี่ยน รัฐธรรมนูญที แบบนี้ประเทศชาติมันคงเจริญได้ซักวัน
     
    เอ่?? แล้วเรามาเข้าเรื่องนี้ทำไมวะ?? เปลี่ยนๆ
     
    เมื่อวานทำงานวันสุดท้ายแหล่ะ
    ความรู้สึกมันแบบว่า.. แหมวันแรกที่เรามาทำโต๊ะตัวนี้มันอยู่ตรงนี้นะ ห้องๆนี้มันสะอาดเอี่ยม
    อะไรๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วกับเวลา 3 อาทิตย์
    ภาษาอังกิด ที่เคยพุดได้ ทำไมถึงเวลาจะใช้มันติดอยู่ที่ปากวะ
    อะไรแบบนั้น
    ยิ่งเขียน ยิ่งคิดถึง
    ขอบคุณโทรศัพท์ตอน 8 โมงเช้าที่ทำให้เราได้ทำงานที่ถ้าพลาดไป ก็คงเสียดายแย่
     
    อาจสงสัยว่า ตึกเราก็มีตั้ง 10 ประเทศ
    ทำไมฟิชผูกพันอยู่แต่กับเกาหลีซะเหลือเกิน
    ก็แหม่..ประเทศไหนวุ่นวายสุด เราก็นึกถึงมันมากสุดน่ะแหล่ะ
    แต่แบบว่าคิดถึงจริงๆน๊า
    คิดถึงนักกีฬา ซะส่วนใหญ่ 555+
     
    จริงๆ เราก็ว่าคุณ Park Chan Hee หล่อดี
    มันก็เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงอย่างเราจะสนใจคนหล่อๆ
    แต่เราไม่ได้คลั่งอะไรเลยนะ  สาเหตุก็เพราะ มันหล่อเกินไป
     
    คนที่สนใจคือนักบาสคนอื่นต่างหาก 5555+
    His name's OH Se Keun
    กำลังค้นหา Cyworld* (บลอคที่คนเกาหลีส่วนใหญ่มีกันทุกคน/ก็เพิ่งรู้มาเหมือนกัน)
    ของคนที่ให้เสื้อเรามาอยู่
    สิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ของที่ให้ ..เสื้อไซส์ 6L  ที่หลวมโครก
    แต่มันอยู่ที่ตัวคนให้ต่างหาก
     
    แต่มันก็ยังไม่หมดแค่คนเดียวนะสิ 555+
    ยังเหลือนักยิมนาสติกอีก 2คน
    ชื่ออะไรน๊า  Park Jun Tea and Go Jun Woong
    เนี่ย หา ไซเวิลยากยิ่งกว่าของนักบาสทั้งทีมอีก
    ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะไปหาอีท่าไหน
    -*- ไว้เจอรูปจะเอามาให้ดูน๊า
     
    ตกลงมีแต่เรื่องผู้ชาย??
    แหม่ นีกบอลหญิงเค้าก็หาอยู่เหมือนกันนะ
    ก็มันยังหาไม่เจอแหล่ะเลยยังไม่โพส เอาเป็นว่าเจอเมื่อไหร่จะมาโพสไว้ เหอะๆๆ
     
    ตกลง เราคิดถึง Universiade หรือคิดถึง ผู้ชายวะเนี่ย???
    555+
     
    เอาเหอะๆ ขำๆ ช่วงนึงในชีวิตที่ได้มีประสบการณ์แบบนี้
    ได้รู้จักโลกของการทำงานแบบที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
    ได้เจอะเจอคนหลายประเภทมากขึ้น
     
    ได้รู้ว่าความโลภมันทำให้คนเราแตกแยกกันได้
     
    ได้เข้าใจความเป็นจริงของโลกที่วุ่นวาย
    และคิดถึงความเป็นเด็กในตัวเรา
     
    The day without U, I feel like something has lost...
    lost in the air...
    which force me to accept that you're gone
    far away
    Time..never come back,
    but the memory will last long forever
     
    BEST  TIME  EVER!
     
    Thanks UNIVERSIADE 24th BKK 2007
    of bringing us a priceless experience which not be able to ask for
    from any other place.
    I love all the team in C8 and always be
    especially you, KOREA
    you're problem-maker guys! but knowing always
    that
    I think of you!
    everytime I see .. C8 Building
    ซะแบบนั้นเลยทีเดียวเชียว
     
    เอาเป็นว่า ช่วงนี้จะยังคงเป็นเรื่องของ กีฬามหาวิทยาลัยโลก
    ไปอีกซักพัก
    ทำใจ -*-
     
    ^o^
     
     
     
     
    August 19

    『 어서 Korea, Thank you Thailand! 』

    어서오세요!
     
    กลับมาอัพเดทสถานการณ์ กีฬามหาวิทยาลัยโลก ฤดูร้อน ครั้งที่ 24  บางกอก2007
    จาก inside in C8
     
    วันนี้ตอน 6 โมงเย็นนักกีฬาเกาหลี ลอตสุดท้าย check-out กลับประเทศแล้ว
    ลอตสุดท้ายที่เป็นอาหารตามื้อใหญ่สุดด้วยอ่ะนะ -*-
     
    ความเดิมตอนที่แล้ว ตึกซี8 มีสมาชิกอยู่ทั้งหมด 10 ประเทศ
    แบ่งเป็นประเทศที่ รู้จักกันดี 6 คือ South Korea, Hong Kong China, Belgium, Philippines, Malaysia and Srilanka
    และประเทศที่หลายคนชอบถามว่ามันอยู่ตรงไหนของโลกอีก 4 คือ Nicaragua, Turkmenistan, Micronesia and Costa Rica
     
    เราหยุดงานติดกันไป 4 วันเต็มๆ
    กลับไปทำงานอีกที เดินไปด้วยความงง ...ทำไมมันเงียบเหงาแบบนี้?
    มองไปทางไหนก็ไร้ซึ่งชาวต่างชาติ
    ก็คิดถึงตึกตัวเองว่า แล้วเกาหลีจะกลับไปหมดยังน๊า??
     
    พูดก็พูดเถอะ ที่แรกๆ บอกว่าอาเจ๊เรื่องมากน่ะ มันก็จริง
    แต่ว่า ..เวลาได้ไปดูกีฬา เราก็อยากเชียร์เกาหลีใต้นะเว้ย ...ยกเว้นว่าถ้าแข่งกับไทยอ่ะนะ
    เราก็อยากให้เกาหลีใต้ชนะ เหมือนกันนะ (ถึงปากชอบบอกว่า จะไปดูความพ่ายแพ้ของมันก้เถอะ)
     
    เพราะ...บางอย่าง... ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่า  นี่คือครอบครัว (temporarily)
    ที่เราจะต้อง take care พวกเค้าก่อนชาติอื่นๆ
     
    จริงๆมันก็ไม่ใช่หรอก อาเจ๊แกก็คงไม่มาคิดลึกซึ้งกับเราอะไรขนาดนั้น
    แต่มันก็ผูกพันไง เวลาเห็น ไอ้คนที่เรา ทักมันทุกวัน ทุกเช้า เล่นกีฬาออกทีวี เราก็อยากจะดู อยากจะเชียร์
    กับภาษาเกาหลี และ everything about Korea ที่ไม่เคยคิดจะสนใจ ก็ต้องหันมาใส่ใจ
    เวลาทำงานกะดึก ก็ต้องอยู่จนถึงเช้า พอเจอหน้ากันตอนเช้าเราก็ Morning, ก็ อันยองฮาเซโย กับพวกเค้า
    เวลาบอกว่า Don't have แล้วเค้าทำหน้างง ไอเราก็ต้อง บอกเค้าว่า  "ออบซอโย"
    ทั้งๆที่ไม่เคยรู้หรอกว่ามันแปลว่าอะไร แต่คุณเกาหลีก็พูดกับเราบ่อยซะจนเข้าใจว่ามันแปลว่า ..ไม่มี
     
    ภายใต้ความเรื่องมากของบรรดา HOD (Head of delegation)
    ยังมีความน่ารักของนักกีฬา และบรรดาโคช ซ่อนอยู่
     
    หลายคนที่เราเจอบอกว่า เสียดาย..อยากเป็น Attache' (ผู้ติดตามนักกีฬา) แต่เราว่า เป็นอาสาสมัครก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีคุณค่าในสายตาพวกเค้านะ
    ทำไมต้องคิดว่า Attache ดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนั้น? เท่าที่ได้ยินมา ก็มีแต่ Attache ที่สร้างชื่อเสีย ให้กับงานนี้ทั้งนั้น
    อย่างเมื่อคืนนี้ ก็มี Attache ขายตัวให้นักกีฬา ...  กินเหล้ากับนักกีฬาบนตึก  Attache ทั้งนั้น
    แต่ข่าวก็ยังบอกว่า พวกเค้าทำงานหนักทั้งวัน เที่ยงคืน ตีหนึ่งก็ยังถูกโทรตาม  ...อันนั้นก็ไม่เถียง
    โดยเฉพาะ  Attache เกาหลี แต่ว่า  แล้วอาสาสมัครอย่างพวกเราหล่ะวะ?  มันปิดทองหลังพระองค์ใหญ่ขนาดที่ ไม่มีใครแล เลยหรอ?
    ทำงานก็เหนื่อยกว่า โดนHOD โวยเหมือนกันนั่นแหล่ะ
    แต่กลับไม่มีใครมองเห็น
     
    ก็นะ... เข้าใจ...  ปิดทองหลังพระ  มันก็ต้องแบบนี้
     
    พูดถึง Attache ก็นึกถึง อาทาเช่เกาหลี  เพราะไอ้เราเจอกับอาเจ๊ยังไง พวกเค้าเจอหนักกว่าเรา 2 เท่า
    อาทาเช่เกาหลีมีเอกลักษณ์มากๆ ทุกคนจะผมหยิกๆ ยาวๆ แล้วแต่งตาโตๆ
    แบบว่าเหมือนหลุดออกมาจากร้านเดียวกัน
    แรกๆ เราก้อไม่ค่อยชอบ พวกเค้า ด้วยความที่ เราห้ามขึ้นตึกหลัง 4 ทุ่ม เธอก็จะขึ้น ให้ขึ้นได้แต่ ห้องออฟฟิต เธอเข้าห้องนักกีฬา
    แต่ว่าหลังๆ เราก็เข้าใจสภาพเดียวกัน  ก็...เกาหลี..อ่ะนะ
    จนวันนึง พี่นที ที่เป็นคนเกาหลี ที่เป็นอาทาเช่เกาหลี ลงมานั่งบ่นว่า ...ไม่ชอบคนเกาหลี  เบื่อ เหนื่อย  ไม่อยากทำงานแล้ว
    ไอเราก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ
     
    สถานการณ์แบบนี้เป็นไปจนถึงตอนที่กีฬาแต่ละประเภทเริ่มจบ
    พอจบแล้ว ไงล่ะ ได้ rank เหรียญอันดับ 5 ก็อารมณ์ดีขึ้น เริ่มมีลงมานั่งคุย นั่งเล่นดูทีวี ถ่ายรูปจิ้งจก??  ...และ กินลำใย -*-
     
    นักกีฬาฟุตบอลหญิงของเกาหลี ถูกจัดอันดับจากพวกเราว่า น่าคบหามากสุด
    ไม่ใช่ว่าหน้าตาดีอะไรนะ แต่นิสัยน่ารัก น่ารักม๊ากๆๆ
    ตอนครั้งแรกที่เห็นเนี่ย อาจจะเป็นเพราะเพิ่งลงเครื่อง แต่ละคนหน้างี้โทรม แล้วดันตัดผมทรงผู้ชายกันหมด ตัวก็คล้ำแดด หน่อยๆ ดูแล้วน่ากลัว เหมือนพวกทอมบอย
    แต่พออยู่ไป ดันน่ารักกว่าที่คิดแฮะ
    มีการลงมานั่ง ถามภาษาไทย มาขอกินลำใย แล้วก็วาดรูปเล่นกัน -*-
    น่ารักอ่ะ  เห็นแล้วอยากเข้าไปทัก อยากเข้าไปคุย  อารมณ์ว่า ถึงจะคุยกันไม่รู้เรื่องแต่ก็อยากคุย
    จริงๆนะ
     
    ส่วนนักกีฬาหญิงที่ดูสวยๆดีๆหน่อยเนี่ย ดูเธอจะ หยิ่งๆไงไม่รู้
    ไม่เคยจะทัก ไม่เคยจะยิ้ม  -*- ดีแต่สวยไปวันๆ   ....รึเปล่า???? 
    เย้ยย ล้อเล่นนะ
     
    มาถึงโซนนักกีฬาชาย ขอตัดไปที่ฮ่องกงก่อนได้มะ?
    แบบว่า ด้วยความที่ฮ่องกงเนี่ย ภาษาอังกิดมันสำเนียงบ้าน สุดๆแระ คือไม่ต้องใส่ options เยอะแบบพวกแขก หรือ ฝรั่งเศษ ไรงี้
    ทำให้เราคุยกันได้ง่ายกว่า
    แล้วหัวหน้านักกีฬาเค้า ก็อัธยาศัยดี คุยง่ายอ่ะ ไม่จุกจิก ไม่ซกมก!!
    แล้วมันก็เลยเหมือนซี้กันมากกว่าเกาหลีหน่อยนึง
     
    แต่ว่าเรื่องหน้าตาเนี่ย ยังแพ้เกาหลีอยู่หน่อย
    เมื่อวานนี้ ด้วยความที่เป็นวันก่อนสุดท้าย ที่เกาหลีจะกลับ เราก็ตั้งปณิธานว่า จะเอาเสื้อเกาหลีให้ได้เว่ย!
    หลังจากที่เกาหลีคนแล้วคนเล่าเดินผ่านไป  ความกล้าก็ยังไม่มาแทนที่ความกลัว
    จนอาทาเช่เกาหลีได้เสื้อนักฟุตบอลหญิงไปแระ เราก็ยังไม่ได้
     
    จนตกเย็น
    เราก็หาทีม แบบว่า ทำงานเป็นทีมเผื่อจะ work more
    ก็ชวนพี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ บอกว่า ขอผู้หญิงนะ..ผู้หญิงน่าจะของ่าย
    พี่เค้าก็เลยถามว่า  ..ทำไมไม่เอาผู้ชายอ่ะ?
    เราก็หลุดบอกไปว่า..  เอ๊า ถ้าผู้ชายได้มันก็ดี 55+   ...ก็มันจริงไม่ใช่หรอวะ??
    ตอนนั้นเองคับพี่น้อง นักบาส 3 คนเดินเข้ามา แล้วมันก็ยืนรอลิฟต์
    พี่แอน(ผู้ร่วมขบวนการ)  หันมาบอก ปลาเอาเลยๆ
    ไอเราก็จะดีหรอวะ ..แม่งพูดภาษาอังกิดได้เป่ายังไม่รู้  แต่ขานี่คือก้าวไปแล้วไง
    แล้วก็ดุ่มๆ สะกิดพี่แอนให้ตามมาด้วยกัน
    พอไปถึงหน้าลิฟต์  พอเรียกไอ้นักบาสเกาหลีได้ หันไปข้างหลัง  เฮ้ย! พี่แอน หาย!!
     
    พอเรียกมันเสร็จ เราก็ shirt shirt change(ต้องพูดสำเนียงเกาหลีว่า เช้ง-จิ ด้วยนะ)
    คุยกับเกาหลีนี่ก็ แกรมม่าจ๋าไม่ได้ ต้องเน้น สั้น กระชับ จับใจความสำคัญเป็นพอ
    เค้าก็หันมา แล้วชี้ไปที่บอร์ด แล้วแหล่งเกาหลีใส่  ด้วยความที่เซนส์เร็วเลยรู้ว่า  ..ไอ้เสื้อสีขาวฟ้าที่มันใส่อยู่ตอนเนี้ย เช้ง-จิ ไม่ได้เพราะ โค้ชสั่งให้ใส่วันกลับ
    แล้วจังหวะนั้นเองพี่น้อง เราก็พบว่ามีคนพูดภาษาอังกิดได้ เค้าคือ Park Chan Hee นั่นเอง(โปรดไปดูรูปเอาใร โฟโต้)
    ..คิดในใจว่า แล้วทำไมคุณไม่พูดตั้งแต่เมื่อกี้วะ ปล่อยให้ฟิชแปลเกาหลีอยู่ด๊ายยยย..
    เราก็เลยบอกเค้าว่า งั้นเอาอีกตัวนึง  คุณปาร์ค แกก้อหันไป #%^^$%# กับคนที่เราขอ
    แล้วคนที่เราขอ มันก็หันมาพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า You แล้วมันก้อเดินเข้าลิฟต์
     เราก้อเลยพยักหน้าตอบ แล้วชีลงข้างล่าง(เป็น Body Language ต้องการสื่อให้มันรู้ว่า งั้นเอาลงมาให้ข้างล่างนะ) 
     ..แล้วอีตานั่นก็พยักหน้า แล้วชี้ไปข้างบน ..???  เอ๊า ตกลงใครควรจะงง??
     
    ก็รอสักพัก ถามพี่แอนว่า มันต้องการให้เราขึ้นไปเอาข้างบน หรือมันจะเอาลงมาให้ข้างล่างกันแน่??
    คิดอยู่ซักพัก ประมาณ 5 นาที เราก็เหล่ไปยัง AF Live ของเรา.. ทีวีวงจรปิดนั่นเอง -*-
    ก็เห็นมันเดินออกมาพร้อมอะไรแดงๆในมือ  ...เสื้อครับพี่น้อง มันคือเสื้อ
    แล้ว คุณท่านก็เดินมา ทำหน้างงๆ(ต้องการสื่ออะไรรึเปล่า?)  แล้วยื่นถุงเสื้อให้  แล้วก็พูดว่า  Present  คือ..มันจะบอกว่าเป็นของขวัญใช่ป่ะ?  -*- เออขอบคุณน๊า
    มันเป็นเสื้อทีมสีแดง ใหม่แกะห่อ ยังมีป้ายติดอยู่เรย  ..หันไปบอกพี่แอน ..อยากได้แบบใส่แล้วอ่ะ 5555+  แบบนี้โรคจิตมั๊ยวะ? 555+
     
    อย่างไรก็ตาม
     
    พอรับมาก็หน้าบาน ซักพักหน้าเริ่มเหี่ยว... เพราะอะไรน่ะหรอ.... ก็เพราะ....เพราะ... เพราะ พอเหลือไปดูไซส์เสื้อน่ะสิ
     
    6L!!!!  พระเจ้า!
     
    ทีนี้ก็ถึงบางอ้อว่าทำไมอีพวกนักบาส นักวอลเล่ มันถึงไม่มีคนขอแลกเสื้อ
    เพิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไมเค้าถึงขอแลกกันแต่ผู้หญิง
    ..แบบนี้นี่เอง
    เอามาลองใส่นี่แบบว่า... ชายเสื้อถึงเข่า ..แขนยาวสามส่วน เหอะๆๆ  ใส่เป็นชุดนอนได้เลยทีเดียว
     
    คือ นักวอลเล่ชายก็ยังดูเบาะๆกว่า เพราะตัวยังผอมกว่า
    หรือว่า ถ้าเป็นนักบาสคนอื่นหล่ะก็นะ..
    เพราะอีตาคนที่เราขอเนี่ย
    ตัวใหญ่อันดับสอง ของทีม เลยทีเดียว -*-  ไอ้เพื่อนร่วมขบวนการก็ไม่มีใครรั้งเล้ย
    น่าจะยื้อไว้ซักหน่อย...
    ยังบอกอีก.. ก็เห็นปลารีบวิ่งไปแล้วเลยไม่อยากขัด  เหอะๆๆ ขนาดนั้นเลย 555+
    เป็นข้อคิดเตื่อนใจว่า ..ถ้าจะขอแลกเสื้อนักกีฬาโปรดอย่าดูแต่หน้าตา จงดูตัวมันด้วยยยยยย
     
    จะว่าไปแล้ว นักบาสเกาหลีที่หล่อๆก็มี คุณปาร์ค.. ไอ้คนที่เราไปขอเสื้อเนี่ยไม่หล่อเลยเหอะ
    แต่ว่า นักกีฬาวอลเล่ย์เนี่ยน๊าๆๆๆๆๆๆๆ.....  หล่อยกเซท
    บางคนไม่หล่อแต่ก็หุ่นเฟิร์มมากอ่า คือ สูง ล่ำ แบบพอดีๆ
    ทำให้น่ามองเป็นอย่างยิ่ง  ยิ่งได้เห็นทุกเช้าพร้อมกับคำทักทายว่า  อันยองฮาเซโย และได้รับกุญแจห้องจากมือบรรดาหนุ่มๆเหล่านี้
    ...แค่นี้ฟิชมันก้ดีใจเว้ย 5555+...
    แต่ด้วยความที่ก็แค่ชอบ เลยไม่คิดอยากจะถ่ายรูปกับใครซักคน
    ยกเว้น...
     
    โคชบาสชาย!! 555+
    ถึงจะแก่แต่ก้แก่แบบมีเสน่ห์ม๊ากๆๆๆๆๆ
    หน้าตาอาจจะดูย่นๆแล้วหน่อย แต่ว่า ตอนหนุ่มๆ น่าจะหล่อไม่แพ้คุณปาร์ค เลยทีเดียว
    วันนั้นเห็นคุณโคชแกวอร์มร่างกายนักกีฬาไง แล้วแกก้อถอดเสื้อ
    แบบว่า 6-pack  เฟริมม๊ากก  ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ กันเลยทีเดียว  ถ้ามองตัวไม่มองหน้า นี่อาจคิดว่า หัวกับตัวคนละอายุกันก้อล่ายย
     
    ก็เลยขอถ่ายรูปกับลุงแกมา
     
    พี่ที่ทำงานอยู่ด้วยกันเลยเดินมาแซว
    แหม..ถ่ายแต่กับโคช ทำไมไม่ถ่ายนักกีฬาวะ???? อารมณ์ว่า  อินี่ชอบแก่ๆ 55+
    พอคิดๆดู  เออว่ะ  5555+ ก็นักกีฬามันเยอะอ่ะ (เอาแค่ บาสชาย กับ วอลเล่ชายนะด้วยนะ555+)
    แล้วกล้องมือถือ ก็คุณภาพสูงมาก ...เปลี่ยนได้แล้ว -*-
    เลยทำให้คิดว่า อย่าไปถ่ายมันเลยดีกว่า 555+ เสียอารมณ์เปล่าๆ
     
    ลดไซส์ลงมาหน่อย
    แบบใครที่ชอบความพอดี เป็นผู้ชายที่เดินผ่านประตูแล้วไม่ต้องก้มหัวแบบ
    อีตาบาส หรือ วอลเล่
    ก็จะเป็น ยิงปืน
    นักกีฬายิงปืนเกาหลี ผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวย
    แต่ว่า มีอยู่แค่ประมาณ 4-5 คนเองมั้ง
    ผู้ชายก็มีอยู่แค่ 2 เข้าข่ายมีน้อยใช้สอยประหยัดกันทีเดียว 
    แต่ว่านักกีฬายิงปื่นเค้ากลับไปก่อนที่เราจะเข้าเวรก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ..เสียดายนะเนี่ย-*-
    แต่ว่า พยายามนึกหน้าว่าคล้ายใคร ก็พบว่ามีคนนึงหน้าคล้าย พี่ที่คณะ อยู่ปี 5 ไม่ก็ 6 เนี่ยแหล่ะชื่อ พี่นิก  มั้ง
    อืมคล้ายมาก.. พี่เค้าจะดีใจป่าววะ ??55+
     
    ลดไซส์ลงมาอีกนิดส์
    แบบใครที่ชอบ เล็กกระชับมือ.. ก็ต้องนักกีฬายิมนาสติก
    ตอนที่มาแรกๆ
    ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร จะต้องใส่เสื้อกล้ามมีฮูด เดินไปทั่ว ขนาดเดินในตึกก็ยังใส่ฮูด มีกันอยู่ประมาณ 4-5 คน ผู้ชายล้วนนะ
    เพราะรู้สึก ยิมฯ หญิงจะมาช่วงๆหลังๆ
    มีคนนึงชื่อ Park Jun Tea เพื่อนบอกว่าน่ารัก
    จริงๆเราว่ามันก็น่ารักหมดทุกคน ยกเว้นคนที่เราชอบ ไอ้เตี้ยสุดและล่ำสุดนั่นนแหล่ะ  แต่เราชอบเพราะวันแรกที่เจอกันมันถามเราว่า
    ฮัท ว้าเท่อ อยู่ไหน?  .. ไอ้เราก็ ไรวะ ฮัทๆ  ถามไปถามมา ถึงรู้ว่า มันคือ น้ำร้อน
    แล้วรอยยิ้มนี่แบบว่า พิมพ์ใจมาก คือแบบ ยิ้มแบบดูจริงใจอ่ะ ก้อเลยชอบ
    เสียดายไม่ได้ดูตอนพวกยิมนาสติกแข่ง อยากดูอยู่ แต่ไปแข่งกันทำไมตั้งไกลน้อ
     
    อย่างนึงที่ไม่เคยเห็นตั้งแต่ทำงานมา
    คือ  นักกีฬายิมนาสติกกับนักกีฬาบาส เดินมาพร้อมกัน
    ไม่เค้ยไคยเห็น
    แต่อยากเห็นว่ะ 5555+  ...สายไปแระ
     
    จริงๆนักกีฬาบาสหญิงที่น่ารักๆ ก็มีนะ แต่แบบว่า เค้าไม่ค่อยคุยกับพวกเราไง
    ก็เลยไม่ค่อยหนิดหนม
     
    สรุปว่าเกาหลีเนี่ย ความซกมกต้องยกให้เค้าเลย
    วันนี้ขึ้นไปเชคห้อง ฮ่องกง นะ.. 10 ห้องอ่ะ เชคแป๊บเดียวเสร็จ ผ้าห่ม ผ้าเชคตัว เค้าพับให้เรียบร้อยอ่ะ
    ห้องก็สะอาด ขยะไม่ค่อยมี  รักฮ่องกงตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย
     
    แต่เกาหลีเนี่ย ทำแสบตั้งแต่วันแรกยังวัน เชค-เอ๊าท์ 
    ขนาดห้องผู้หญิงก็เหอะ...  โค-ตะ-ระ สกปรก  ผ้านี่ต้องเขี่ยแล้วเขี่ยอีก กว่าจะนับครบ
    ขยะเต็มห้อง
    ยิ่งห้องผู้ชายนะ วันนี้เลยสดๆร้อนๆ ไอ้หล่อๆทั้งหลาย
    มันแบบ .. คราบมาม่า เลอะเต็มเตียง ข้างๆมีหม้อหุงข้าวอีกต่างหาก
    แถมตอนเข้าไปเชค เค้าอาบน้ำอยู่ แต่พี่น้องครับ -*- He ไม่ปิดประตูห้อง และ ไม่ปิดประตูห้องน้ำ เหอะๆ เกือบแระ
    เกือบได้เห็นของดี
     
    ..พอลงมาดูกล้องวงจรปิด ..หรือ AF Live ของเรา  คุณเกาหลีผู้ชาย เล่นใส่เสื้อ แต่ไม่ใส่กางเกง วิ่งเข้าห้องออกห้อง
    ดูอีกชั้นนึง ใส่แต่กางเกงในเดินออกมาคุยกับเพื่อน แล้วแบบห้องในๆ มันใกล้กล้องด้วยใช่มะ
    กล้องมันก็จะซูม แล้วตัดเข้าจอใหญ่ ขยายให้เห็นกันจะๆไปเลยทีเดียว
     
    เฮ่อ... เหนื่อยเลยนะเนี่ย!
    แต่ตอน เชค ห้องเนี่ย จะได้มรดกตกทอดมาเยอะ
    บางห้องก็ทิ้ง ของที่ระลึกไว้ให้ บางทีก็ทิ้งขนมไว้ เสื้อกันฝนแบบยังไม่ใช้เป็นโหลๆ เลยทีเดียว
    เอาขยะมาทิ้งประเทสไทยนั่นเอง -*-
     
    อืม...แต่พอมานึกๆดู ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่า เกาหลี และประเทศอื่นๆจะเข้าตึกเรา
    จนถึงวันนี้ที่ พวกเค้ากำลังจะกลับไป
    มันก็ใจหายเนาะ
    นึกถึงตอนที่เวลาเราไปต่างประเทศ แล้วไปอยู่นานๆ
    เราเองก็คงอยากกลับบ้าน เหมือนกัน
     
    แต่ว่า..  คนไปน่ะ ไม่อาลัยอาวรณ์เท่าไหร่หรอก คนอยู่น่ะสิ ที่จะคิดถึง
     
    ถึงจะไม่ได้รู้จักกันมากมาย
    แต่มันก็รู้สึกเหมือนคนที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ช่วงเวลานึงเลยอ่ะ
     
    ดีเนาะ...  ดีใจที่ได้รู้จักเกาหลีมากขึ้น
     
    มาถึงตรงนี้.. ทำให้รู้สึกดีๆกับเกาหลีมากกว่าที่เคยเป็น
     
    พรุ่งนี้ที่ต้องไปทำงานอีก...  ก็จะไม่มีพวกเกาหลีให้เราบ่น ให้เราหงุดหงิดอีกแล้ว
    เราจะต้องเหนื่อยกันอีก 3วัน แบบที่ว่าไม่มี อาหารตา
    ดีที่พรุ่งนี้ไปยังอาจเจอศรีลังกา ... ก็ดีนะ..  ยังมีคนคุย  ยังมีคนที่เอาปัญหาเล็กๆน้อยๆมาให้การทำงานมีสีสัน
    ยังมีกลิ่นอายของ งานกีฬามหาวิทยาลัยโลกหลงเหลืออยู่
     
    แม้ว่าในที่สุด....
     
    ........................งานเลี้ยง  ก็ต้องมีวันเลิกรา....................
     
                    어서 Korea, Thank you Thailand!
    ขอบคุณประเทศไทย ที่ทำให้เราได้เจอกับสิ่งดีๆเหล่านี้  ยินดีที่ได้รู้จักพวกคุณมากขึ้น..ประเทศเกาหลี *-*
     **อยากจะร้องไห้เลยทีเดียว**  คิดถึงว่ะ ** คิดถึงความวุ่นวาย *** อ๊ากก***
     
                  ประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ มันดีอย่างนี้นี่เอง
     
     
     
    ㅆ; Thanks credit: pic from Park Chan Hee's blog!
     
     
     
     
    August 16

    ทำไม..ไม่เหมือนเดิม?

     

    ทำไมมันไม่เหมือนเดิม

     

    หลังจากวันนั้นบนเรือ(วันไหน?)

    เราก็บอกกับเค้าว่า เรายังเป็นเพื่อนกันต่อนะ

    ความเป็นเพื่อน... เท่ากับสิ่งที่เราเข้าใจว่า เหมือนเดิม

    เรากลับมาคิดหลายรอบว่า  ทำไมเราไม่เหมือนเดิมกันซักทีนะ

    ไอ้ที่คล้ายจะเหมือนเดิม ก็ดูเหมือนทำแต่ภายนอกเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์

    พูดอย่างคนไม่คิดอะไรแล้ว...

    เรารอความเป็นเพื่อนจากเค้าอยู่

    แบบที่เราเป็น กับเหมียว พี่รานี  นรุด หนึ่ง หยุ่น ทุกคนในห้อง ยกเว้น เค้า..

     

    ทำไมเจอกันทีไร

    ก็ยังทำเย็นขาใส่กัน

    ทำไมเจอกันทีไร

    ก็ไม่เห็นจะเคยได้คุยกัน

    ทำไมเจอกันทีไร

    จะต้องคอยหลบหน้ากัน

     

    เราหลบซ้าย เค้าหลบขวา

    เราเดินไปข้างหน้า ... เค้าเดินถอยหลัง

     

    หรือเราไม่เปิดกว้าง?  ...หรือเค้าไม่เปิดกว้าง?

     

    ต้องเวลาอยู่ด้วยกันสองคนเท่านั้นหรอ?  ถึงจะยอมคุยกับเรา?

    เพราะสถานการณ์แบบนั้น จะไม่คุยกัน ก็ไม่ได้ แค่นั้นเองน่ะนะ

    ต้องเป็นสถานการณ์แบบนั้นเท่านั้นหรอ  เราถึงจะได้สิ่งที่เราเรียกว่า เพื่อนกันคืนมา?

     

    แต่พอคิดดูอีกที

    อะไรกันแน่ ..กับ คำว่า เหมือนเดิม ที่ว่า?

    ตั้งแต่เริ่มต้น จนมันจบลง

    เราก็ไม่เคยได้ความเป็นเพื่อนจากเค้า เหมือนที่ได้จากคนอื่นๆอยู่แล้วนี่นา

     

    ตั้งแต่เรื่องมันยังไม่จบลง

    ก่อนนั้น เวลาเจอกันก็แทบจะไม่เคยคุยกันอยู่แล้ว

    เจอกันทีไร ก็หลบหน้ากันไปกันมา

    พูดกันก็น้อยเต็มที

     

    ถ้างั้น.. ที่เค้าเป็นอยู่อย่างตอนนี้ ก็คือเหมือนเดิมแล้วสินะ

     

    แต่เราไม่ต้องการ แบบนั้น

    ถึงแม้จะเสแสร้งแกล้งทำ

    แต่ก็.. คุยกับเราหน่อยเถอะนะ

     

    เราไม่อยากเสียสิ่งสำคัญ ไปเพียงเพราะเรื่องในอดีต

    ลืมมันได้ไหม? ..เหมือนที่เราไม่คิดอะไรแล้วในตอนนี้

    เพราะยังไง เราก็คือเรา  และเธอ..ก็คือเพื่อนเรา

     

    อยากได้รอยยิ้ม.. ที่ปราศจากเงื่อนไข แบบที่เพื่อนคนอื่นๆได้

    อยากได้คำพูด ที่สร้างเสียงหัวเราะ ... ที่ให้กำลังใจ

    อยากเดินเข้าไปคุยเวลาที่เจอกัน เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ

    ได้โบกมือลากัน เวลากลับบ้าน

    แต่ตลอด 2 ปี กับคนคนนี้

    คนเดียวเท่านั้น ที่เราไม่เคยได้ทำอย่างที่ว่าเลย

     

    อยากให้ทุกครั้งที่ได้เจอกันอีก

    เราไม่ต้องมาอึดอัดกันแบบนี้

     

    ความหลัง....

    มันผ่านไปแล้ว  ..ไม่มีใครคิดอะไรอีกแล้วไม่ใช่หรอ?

    แล้วทำไม...

    เราถึงยังไม่กล้าคุยกัน ต่อหน้าคนอื่นๆ

    เพราะอะไร?

    มันผิดที่เรา  หรือ เราทั้งสองคน

     

    หรือว่าเรา.. จะไม่ได้สิ่งสำคัญ ..ที่สูญเสียไป กลับมาอีกแล้ว?

    เพราะเรา... พลาด  เองใช่มั๊ย?

     

    August 05

    **วาระประชาชน(เกาหลี)**

    ขณะนี้เวลา ตี4 27 นาที วันนี้ฟิชจะมาบ่น...
     
    ฟิชกำลังออนไลน์อยู่ใน หมู่บ้านนักกีฬา  หอ C8
    ซึ่งตอนนี้มีประเทศที่เข้าพักในตึกนี้แล้วจำนวน 6 ประเทศ
    อันได้แก่
     
    คุณคอสตาริกา
     พี่เบลเยี่ยม
    ลุงไมโครนีเซีย
     คุณเติร์กเมนิสถาน
    อาเหล่าฮ่องกง
     
    และ... อาเจ๊เกาหลีใต้!!!!
     
    เรื่องของเรื่องคือ อาเจ๊เกาหลี***เป็นอะไรที่ highly recommended (to avoid)
     
    เจ๊จะเอาทุกอย่าง เจ๊จะเอา right now เจ๊ need everything! and evrytime
    We're not your One Stop Service นะโว้ยย Damn!!!
     
    ทุนเดิมก็ไม่ชอบเกาหลีอยู่และ มาเจอแบบนี้ยิ่งเกลียดหนัก
    ตั้งแต่วันแรกที่เจ๊มาถึง เจ๊ require ห้องมาแบบมโหฬาร 
    ขอย้ายห้องพักอย่างกะจะย้ายจักรยานบนถนนโล่ง
    เจ๊จะเอาเตียงเพิ่มเตียงออก อย่างกับขนง่ายเหมือนย้ายเก้าอี้เลื่อน
    เจ๊จ๋า...เตียงนะโว้ยย  ต้องถอดประกอบอย่างน้อยเตียงละ 3 ชิ้น ไม่รวม ฟูก และ ผ้าปู หมอน ปลอกหมอน
    นอกจากนั้น เจ๊ยังขอ ADSL เพิ่มมันแทบทุกห้อง, Copy Machine and bla bla bla อะไรที่หนักๆ ขนยากๆ เจ๊ขอหมด
    ถึงแม้ว่าตึกนี้เจ๊จะคุม(เพราะมาเยอะเหลือเกิน) แต่ก็ไม่ควรเวอร์ซะ...
     
    แล้ววันนรกแตกก็มาถึง อีคุณนักกีฬามันมากว่า 135 ชีวิต ยังเหลืออีก 153 ที่เท้ายังไม่แตะแผ่นดินไทย
    เจ๊เอารถขนกระเป๋ามา 3 คันเบิ้มๆ อันนั้นไม่เท่าไหร่
    แต่ทั้งเจ๊ ทั้งแปะ เล่นยืนดูพวกนู๋ๆๆ ขนให้เฉยๆ นี่ มันหมายความว่าอะไร?
    It's not your duty and so do I โว้ยยย
     
    พี่เกาหลีมาถึงนรกแตกยิ่งกว่าเดิม
    พี่ท่านจองไว้ชั้น8 ถึง 3 ในตอนแรก
    ประเด็น ** เจ๊เปิดแอร์ทิ้งมันไว้ซะทุกห้องและทุกวัน all the time ยังไม่พอ เจ๊เปิดประตูทิ้งไว้ด้วยแทบทุกห้อง
    แม่ง แล้ววันต่อมาเจ๊วีนแตกเลย Air comditioner is out of order..
    ถ้ามันไม่ out ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วแหล่ะเจ๊!
     
    นอกจากนั้น  ภายใต้ความเนี๊ยบ ที่เจ๊ต้องการเตียงเรียบๆ ผ้าขนหนูสะอาดๆ(ลืมบอกไปว่า เจ๊ไม่อยู่รามาการ์เด้นนะค้า This is Thammasat!)
    ไอ้นักกีฬาแม่งโค-ตะ-ระ ซกมก
    กระดาษทิชชูในห้องน้ำนี่ ย้วยย้อยลงมาเปียกน้ำ ลิ้นชักพังแตกเป็น 3 ส่วน
    (ขอ confirm ว่าก่อนมันเข้าลิ้นชักดีมากๆทุกห้อง)
    แอร์-ไฟ เปิดทิ้งไว้
    ผ้าเผ้อ กระจัดกระจายเต็มห้อง
    เศษเปลือกขนม ขวดน้ำ เหมือนมันมามั่วสุมกัน แล้วออกไป
    เป็นแบบนี้ 39 ห้อง
     
    เจ๊บอกว่า I need you to clean all of them for now!
    Gosh!!!!  ไอ้เราก็ไปต่อรอง บอกว่าแม่บ้านไม่อยู่ แล้วทำไมไม่แจ้งล่วงหน้า
    เจ๊ตอบว่า I ก็ emergency เหมือนกันนะ เพราะนักกีฬามาแบบกระทันหันมาก
    อยากจะบอกว่า and so do I รอบที่ล้าน
    แถมยังขอปั๊มกุญแจอีกห้องละดอก บ้าป่าวเจ๊ มัน security concerned!  เชียวนะ
    เรื่องนี้เราขึ้นไปคุยกับเจ๊ 3 รอบ แล้วเข้าใจเลยว่า ทำไม อาสาสมัคร C11 ถึงพร้อมใจกันไปประท้วงลาออก
     
    คือคุยสามรอบ ก้เหมือนเปิดเทป replay 3รอบ เหมือนเดิมทุกประการ
    เจ๊ say no for everything เจ๊จะเอาอย่างที่เจ๊ต้องการทุกอย่าง
    รอบสุดท้ายเราลงมานี่บอกเพื่อนว่า  ..เราไม่คุยแล้วนะ..
    คือคิดจนเหนื่อย..บอกว่า Key drop service ก็ไม่เอา เจ๊จะปั๊มท่าเดียว
    จะฆ่ากันเลยมั๊ยเนี่ย!?
     
    ..พี่ที่อยู่ด้วยถามว่า.. "นี่หรือคือประเทศพัฒนาแล้ว?"  มันพัฒนาแล้วจิงๆอ่ะหรอวะ???
     
    สรุปจากความที่เจ๊เรื่องมากจัด เจ๊เลยไม่ได้ซักอย่าง
    มีการมาเกทับว่า ตอนเกาหลีเป้นเจ้าภาพนะ เจ๊ทำดีมากเรย จัดที่ แทซุง แทซุง ยู โน๊?
    แต่ว่าก็ว่าไป.. ไอเราก็อายแทนประเทศจะแย่เหมือนกัน
    ว่าแต่เขาอ่ะนะ ระบบเราก็ห่วยแตกใช้ได้
     
    นักกีฬาไทยก็สุดๆเหมือนกัน
    พี่ไทยนี่ใช่เล่นๆ
     
    สรุปมีไรดีไหมเนี่ย? 555+
    เกาหลีก็..นักกีฬาแต่ละคน ...อังกฤษไม่กระดิก หล่อซะเปล่า
    อ่า แต่มีนักกีฬายิมนาสติกคนนึง  น่ารักดี ตัวเตี้ยๆป้อมๆ (ไม่ใช่เสปค แต่มันรุ้สึกคุ้นๆเลยสนใจ)
    ได้เข็มกลัดมาด้วย 555+
    ได้ของกำนัลมาประมาณ 5 อันและ เกาหลีล้วน
    เลิกงานเสร็จจาเอาไปเผาพริกเผาเกลือซะ ฮ่วย!!
     
    สรุปว่าเหนื่อยมาก  กับเกาหลี
    อัพเดทล่าสุด นักกีฬา อาเหล่าฮ่องกงจะมาเพิ่ม และ เจ๊เกาหลีอีก
    ไอ้พวกอยู่กะบ่ายวันนี้ก็ซวยไป ..อนุโมทนา
     
     
    ปล. พอพูดถึงนักกีฬายิมนาสติก ไอ้เหมียวต้องทักแน่ๆ รุ้ทันนะเว่ย
    55+ แต่ตอนนี้เจออะไรที่เป็นเกาหลีนี่รับประทานไม่ลงอย่างแรง
    เมื่อกี้ไปซื้อเลย์ ทั้งที่ชอบ บูโกกิ ยัง หยิบ โนริสาหร่ายมาแทนเลยคิดดู
     
    กลืนไม่ลงจริงๆ
    แบบนี้ มันตบหัวแล้วลูบหลังเราป่าววะ????  เอาของกำนัลมาให้แล้วใช้งานเราเยี่ยงทาส!!!
     
    Damnnn!!!
     
    August 03

    それて...

     
    คือว่า ...มันไม่ใช่ after shock หรือ ค้างคาอะไรหรอกนะ
     คือว่า ..มันแค่ แบบว่าอยากจะพูดมานานและ แต่มันไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดออกมาเป็นคำไหนดี
     
    มันแบบว่า จะดูเป็นการหวงก้าง ก็ไม่ใช่ แต่ออกแนวยุ่งเรื่องชาวบ้านเค้า
    อ๊ากก  มันเรียบเรียงเป็นคำพูดไม่ถูกอ่ะ
     
    ไม่ใช่ว่าเรา...ไม่เลิกนะ 
    แต่ว่ามันก็แค่เคยสนใจ ตอนนี้ก็เลยยังสนใจอยู่ แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันแล้วนะ
    เออนั่นแหล่ะ คือจะเริ่มไงดีวะ... คือมัน
     
    คือเราเจอ เสปซ ของคนคนนึง
    ซึ่งเค้า...เขียนอะไรบางอย่าง...  เกี่ยวกับคนบางคน
    แล้ว..มันก็ทำให้เราเห็น อดีตของเรา
    แล้ว..มันก็เลยทำให้เราพอเดาอนาคตของเขาออก
     
    คือ...จะว่ายังไงดี
     
    คือ...
     
    คือ...อ๊ากกกกก  พูดไม่ถูกว่ะ
    แต่แค่อยากบอกเจ้าของเสปซคนนั้นว่า  พอเหอะ สุดท้ายก็เจ็บชัวร์ๆ
     
    เพราะเค้าไม่ได้เป็น คนที่มาก่อน
    จริงๆมาก่อน หรือมาหลังก็ไม่ได้เกี่ยวอะไร
    เพราะ มาก่อนก็แค่ไปก่อน...ใช่
    เป็นคนแรก...ก็เพื่อแค่ให้มีคนต่อๆมา
     
    แล้วไง...
     
    ไม่รู้ดิเฮ้ย
    มันงงๆ แรกๆก็แค่คิดว่า เขียนเหมือนเป็นเราในอดีตเลย
    แต่พอเค้ายิ่งเขียน มันยิ่งเหมือน
    ไอ้เราก็บ้าเข้าไปแอบอ่านของเค้าซะทุก เอนทรี
    เอ๊า
    หรือว่า อาการแบนี้มันเป็นสากลวะ
    มันก็ไม่น่านะ คนเรามันต้องมีความเป็นปัจเจกบุคคล
     
    คือ... ที่สุดของที่สุด   อยากจะบอกเค้าว่า  เลิกอัพเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ซักที
    เพราะยิ่งเค้าอัพ มันก้เหมือนเค้าเดินมาทับรอยเดิม ..ทางเดิมๆของเรา  
    อีกอย่าง มันทำให้เราเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น  อยากเข้าไปอ่าน ..แต่คอมเม้น ไม่ได้
    เด็ดขาด!!
    เนี่ยแหล่ะที่อึดอัด
    เลิกทำให้ฟิชอยากอ่านเสปซของคุณซักที
    เพราะฟิชเองที่จะกลับไปเดินทับรอยเดิมอีกครั้ง
     
    นี่มันไม่ใช่กงกำกงเกวียนอะไรของข้าพเจ้านะ... ให้ตายเส่ะ
    วุ้ยๆ
     
     
     
     
    July 28

    + standing point + 2nd edition

     
    เราเป็นคนไม่ค่อยพอใจในตัวเอง
    อย่างถ้าเรามีโดโซะอยู่ เราก็จะชอบคิดว่า ทำไมเราไม่ซื้อชินมัยวะ
    (มันต้องอร่อยกว่าแน่ๆ - อะไรอย่างนั้น)
     
    จริงๆแล้ว มันเป็นกลไกอย่างหนึ่งซะมากกว่า
    ที่ทำให้เราไม่หลงระเริงกับโดโซะมากเกินไป เพราะยังมีชินมัยที่อร่อยกว่า
     
    ตอน จะเข้า ม.4 เรามอง โยธินว่าเป็นของตาย
    เอาเป็นว่าถ้าไม่ติดที่ไหนแล้วเราจะเข้าที่นี่
    ตอนนั้นอยากเรียนเตรียมฯ มาก เป็นความฝันสู๊งสุด
     
    เรามองว่า เตรียมเป็นโรงเรียนที่ดีเลิศประเสริฐศรี
    ทุกครั้งที่นั่งรถผ่าน เราก็มองป้ายโรงเรียน
    ถามตัวเองว่า..เราแย่ขนาดทำให้โต๊ะ 1ตัวจากหลายพันตัว ในนั้นเป็นของเราไม่ได้เลยหรอ?
    ที่ที่เราควรจะได้เข้าไปยืน... กระโปรงนักเรียนสีดำที่อยากใส่
    มีช่วงหนึ่งที่เราเรียนในโยธินไปวันๆ อย่างให้มันค่อยๆผ่านเลยไป
     
    3 ปีผ่านมา
    เราถามตัวเองใหม่ว่า  ..ดีแค่ไหนที่เราไม่ติดเตรียม.. และ
    ได้มาเรียนโยธิน?
     
    การได้เป็น EP6/1 YB71 คือหนึ่งในสิ่งที่ ดีที่สุด ในชีวิตเรา
     
    ตอนนี้ก็เหมือนกัน
    เราก็แค่ไม่อยากอยู่ มธ. เพราะมีจุฬา
    เราแค่ไม่อยากเรียนทันตะ เพราะว่ามันมี หมอ
     
    แต่ซักวันนึง
    เราก็อยากจะให้ มธ. เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเราเหมือนกัน
    เราก็อยากจะให้ อาชีพทันตแพทย์ เป็นอาชีพที่เรารัก เหมือนกัน
     
    ซักวันหนึ่ง
    ละก้อนะ...
     
    มันก็แค่..กลไกของผู้กำหนดโชคชะตา
    ไม่ให้เราได้พบสิ่งที่ดีกว่า
    เพื่อให้รู้จักคำว่า "พอเพียง"
     
     
    อ๊ากกกก แต่ว่านะ.. อยากเล่นโป้งหยาจะแย่แล้ว
    ไว้ไปเล่นกันที่สวนรถไฟน๊า!!
     
     
    July 27

    โอ๊ะโอ?

     
    เคยฟังเพลง ก้อนหินก้อนนั้น มั๊ย?
    ตอนนี้รู้สึกถึงก้อนหินก้อนนึงในมือ
     
    ก้อนหินแก้วสีชมพูใส
    สลายหายไปพร้อมกับลมฝนที่พัดผ่าน
    ทิ้งไว้เพียงสายรุ้งที่จะกลับมาให้เห็นทุกครั้งหลังฝน
    เป็นความสวยงาม ที่แน่นิ่งอยู่ในใจ
     
    ในมือตอนนี้
    ว่างเปล่า
    ความเจ็บ ปวด ร้าว หายไป..
     
    ในที่สุด...นิทานของคนตัวเล็กตัวใหญ่ก็จบอย่างถาวร
     
    ^v^
     
    แหม่~ ทำไมมันโล่งงี้
    ขอบคุณฤดูฝนที่ขับไล่ความแห้งแล้ง เหนื่อยล้า ออกไป
     
    Fishies love TSUYU
     
     
    เค้าที่เป็นถ้วยชา ก็ต้องรอ น้ำชาของเค้า
    ส่วนเราที่เป็น น้ำเปล่า ก็ต้องรอแก้วน้ำของเรา
     
    มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
     
    5555+
    อะไรทำให้คิดได้แบบนี้ฮะ?
    อยู่ดีๆก็รู้สึกแบบนี้
    ที่แตกต่าง...ก็แค่...ครั้งนี้เป็นของจริง
     
     
    เด็กหญิง..ไม่รอคอยเจ้าชายแล้ว
     
     
    Happy ending
    --------------------------------------------------------------
    มันก็แค่..แบมือ..สินะ
     
     
     
    รอเวลาที่จะได้รู้สึก ตัวเล็ก ตัวใหญ่ อีกครั้งดีกว่า~ลัลล้า
     
     
     
    July 23

    My immortal

    บางทีก็เบื่อเนาะ
    ที่ต้องมาเขียนเรื่องอะไรที่ทำให้ตัวเองช้ำใจเล่นๆอยู่บ่อยๆ
    เหมือนที่เป็นอยู่ก็ขุดหลุมถมตัวเองไปทุกวันๆ
    เจ้าตัวก็ไม่เคยรู้
    ตั้งแต่ริ่มต้น  จนมันจบลง
     
    เจ็บ.. ปวด... ร้าว... 
    รักนะ...  แต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้
     
    เห็นว่ามีคน ชอบ.. คนสนใจ  ก็ดีใจด้วย
    อนาคตคงสดใสดี
    ปากแย่ๆ นิสัยกวนๆน่ะ ก็ลดลงซะบ้างนะ
    เค้าจะได้รักมากกว่าเดิม
    เป็นคนของประชาชนไปแล้วหล่ะมั้งป่านนี้
    .....
     
    ถ้ายังจำที่เคยบอกได้หล่ะก็นะ..."อย่าไปทำแบบนั้นกับใครอีก"
    อย่าทำให้ใครร้องไห้อีก
     
    .....
     
     
    เป็นห่วงนะ
    ห่วงมาก
    ห่วงจนลืมไม่ลง
     
    "อยากให้มีความสุข" 
     
    อยากให้มีความสุขมากๆ
    แต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว
    ขอโทษที่ทำให้มีความสุขเวลาอยู่ใกล้ไม่ได้
    แต่ขอบคุณมาก สำหรับควาทสุขจนล้นใจที่มีให้เสมอ
     
    แต่ว่า...
    เข้าใกล้... มากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วหล่ะ
    โทรหา...ไม่ได้อีกแล้วหล่ะ
     
    มันคงไม่ดีใช่มั๊ย?
    ถูกต้อง กับ ถูกใจ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าควรจะเดินทางไหน
     
    ได้แค่มองอยู่ห่างๆแบบนี้.. บางทีก็เห็น  บางทีก็ไม่เห็น
    แต่ก็ยังเฝ้าดูอยู่เสมอ
     
    ความเป็นไปไม่ได้ กั้นเป็นกำแพงหนาอยู่ตรงหน้านานแล้ว
    กำแพงที่ทำลายไม่ได้นั้น ทั้งที่โปร่งใส แต่กลับมืดทึบอยู่ในใจ
     
    ดูแลตัวเองดีๆนะ
    รักษาสุขภาพด้วย
    ตั้งใจเรียนนะ
     
    เป็นกำลังใจให้
    เสมอ
     
    เสมอ
     
    อยากให้รู้จังเลยนะ  แต่มันคงผ่านกำแพงนั่นไปไม่ได้อยู่ดีหล่ะ จริงมั๊ย?
     
    ......

         I''m so tired of being here

    Suppressed by all my childish fears
    And if you have to leave
    I wish that you would just leave
    ''Cause your presence still lingers here
    And it won''t leave me alone 
          

          These wounds won''t seem to heal
    This pain is just too real
    There''s just too much that time cannot erase

         

          When you cried I''d wipe away all of your tears
    When you''d scream I''d fight away all of your fears
    I held your hand through all of these years
    But you still have all of me

     
           You used to captivate me

    By your resonating life
    Now I''m bound by the life you left behind
    Your face it haunts
    My once pleasant dreams
    Your voice it chased away
    All the sanity in me

          

          I''ve tried so hard to tell myself that you''re gone
    But though you''re still with me

    I''ve been alone all along

                               ******

    My immortal

    Evanescense

     
     
     
     
     
     

    June 30

    oOo..ฟั่น เฟือน..oOooo

    ขออัพเรื่องส่วนตัวหน่อย
    เพราะช่วงนี้ ชีวิตของฟิชกำลังเข้าสู่ย่านคลุมเครือ อีกแล้ว
    มันเป็นอารมณ์ที่ว่า  จะอยากอยู่คนเดียวก็ไม่ใช่ แต่จะอยากไปเฮฮากับคนอื่นนั่นก็ไม่เชิง
     
    -ที่จะอยากอยู่คนเดียว ก็เพราะตอนนี้กำลังสับสนในชีวิต มีหลายเรื่องรอให้นั่งคิดนอน คิดกันไม่หมด
    มีหนังสือ เรียงคิวจ่อให้อ่านหมดทันก่อนวันสอบ  มีกิจกรรม โครงงาน เยอะแยะจิปาถะ ให้นั่งวางแผนคร่าวๆ
     
    ..เป็นผู้ใหญ่มันวุ่นวายงี้?...
     
    -ที่อยากออกไปเฮฮา ก็เพราะ ชอบ  ... ชอบอยู่กับเพื่อนๆ ชอบนั่งฟังเพื่อนคุย มีความสุขม๊ากก
    แต่เหมือนตอนนี้ แบ่งเวลาไปให้ส่วนนั้นไม่ค่อยได้
     
    เกิดความสับสนทางจิตใจนิดหน่อย
    อย่างที่เรียนมาใน TU120  จิตใจของคนเราไม่ใช่ผ้าขาวสะอาดรอการแปดเปื้อน
    แต่เป็นระบบที่มีกลไกโครงสร้างสลับซับซ้อน ที่กำลังประมวลผลของข้อมูลที่ผัสสะทั้ง 5
    รับเข้าไปทุกๆเสี้ยววินาที อยู่ต่างหาก 
     
    อยากจะบอกว่า ... อย่างนึงที่ทำให้สับสน คือ อี TU 3 ตัวเนี่ยแหล่ะ ถึงจิง TU130 จะพอไปวัดไปวาได้ก็เหอะ
    แต่อีก 2 ตัวเนี่ย ทำท่าจะไม่รอดเอา ... นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้สับสน
     
    ..ย้ำ... สับสน .... ไม่ได้ ... เครียด....
     
    ที่ไม่บอกใคร ไม่ใช่ ไม่อยากบอก แต่ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไงดี
     
    แต่อย่างที่บอก มันหลายเรื่อง หลายเรื่องมากๆ
    ตอนนี้จิตใจกำลังประมวลผลอยู่หรอ?  สงสัยว่า system error ไปแล้วแหง๋...
     
    ทั้งๆที่รู้สึกว่า ตอนนี้มีภาระให้เตรียมวุ่นวายอยู่หลายอย่าง
    แต่เมื่อกี้กลับรู้สึกว่า ตัวเองได้เคียร์ภาระบางอย่างไปมั่งแล้ว
    ..ไม่ใช่คนข้ามฝัน ไม่ใช่..ไอ้เรื่องนี้ยังอ่านไม่จบ
    ...อะไร... อะไรรู้มั๊ย????
     
    ก้อเพิ่งส่งข้อความไป ฝากพี่ไซ เขียนลงในผืนผ้า We Love Miyavi~ 
    เป็น Fan project ที่จะส่งไปให้ มิ ทางญี่ปุ่นเร็วๆนี้ ซึ่งมันโอ้มากๆๆ
    ..หรือนี่จะเป็นตัวบงการความสับสนในจิตใจของเรา???
     
    จริงๆ MYV-มิยาบิ เป็นคนที่คอยทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมาเสมอต่างหากหล่ะ
    แบบแค่ได้เห็นรูปก้อยิ้มออกแล้วงี้...  เข้าข่ายบ้าดารา แต่ขอบอกว่า เจแปนนิยมนะ เจแปนโอนลี่
    พูดแบบนี้อาจดูบ้าๆ เหมือนพวก Otaku แต่เชื่อเหอะ
    ทุกคนคงมี inspiration เป็นของตัวเอง... ขาดพวกเค้า เราคงต้องแบกรับความหนักหนาสาหัสจริงๆของชีวิต ซึ่งอาจจะเยอะกว่านี้
     
    ...
    ...ให้ตายสิ
    เขียนแบบนี้ดูเป็นปรัชญามั๊ย?
    แล้วทำไมเรียน วิชา ปรัชญาไม่รู้เรื่อง???
    ปล. เรียน TU จบ 3 ตัว คุณจะได้รู้จัก อีตา David Hume ดีขึ้น..  ดีขึ้นจริงๆนะ
     
    ---
    เผื่อใครไม่รู้
    TU110 วิชาว่า สหวิดยาการมนุษย์ และมนุดสะยะสาดด
    TU120 วิชาว่าด้วย สหวิดยาการสังคมสาดด
    TU130 มันคือ สหวิดยาการวิดกาย และเทคโนโลยี
     
    2ตัวข้างบนนั่นแล ตัวดีนัก
    ---
     
    สรุปเราก้อยัง มีความคิดในแนว สับสน ลังเล สองจิตสองใจ ฟุ้งเฟ้อ และ ฟุ้งซ่านอยู่
    คงต้องใช้เวลาคิดกันต่อไป
    ขอให้.. ครั้งนี้...เราตัดสินใจถูก ก้อพอแล้ว
     
    ว้าว~!
     
     
    June 22

    :: Cheer room makes you to be stronger ::

     
    ง่า กำลังคิดว่าควรจะอัพ ได้ซักที
    ปล่อย University-ism ค้างไว้นานๆไม่งามแน่
    อาจเป็นการ แสวงหาเหาใส่หัว หาเห็บใส่ตัว หรือ แกว่งเท้าหามุมโต๊ะได้
    อะไรประมาณนั้น
     
    อัพครั้งนี้มีชื่อตอนว่า "The cheer room makes you to be stronger"
    หรือ ห้องเชียร์ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น(จริงๆนะ)
    ......

    ห้องเชียร์  คือ อะไร คือคำถามที่หลายๆคนเคยสงสัยกันใช่มะ
    เราได้คำตอบจากรุ่นพี่ในไลน์ ตอนค่ายรับเพื่อนใหม่ว่า
    "ห้องเชียร์ คือ กิจกรรมที่จะทำให้น้องแข็งแร่งขึ้น"
    ฟังแล้ว....ปลางง
     
    แล้วห้องเชียร์ไม่ได้เอาไว้ ฝึกร้อง ฝึกเต้น หรอฟะ?? ก็ชื่อห้องเชียร์
    ก็เลยถามต่อ

    พี่ถามกลับมาว่า "นี่น้องปลาไม่รู้จักห้องเชียร์จริงๆหรอ??"

    เออค่ะ...ไม่รู้จัก ไม่เข้าใจว่ามันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง
    "ก็ที่มีพี่ว๊ากไง"
    อ่อ... ที่เค้าจะเข้ามาแว๊ดๆใส่เราอ่ะหรอ  ..แล้วมันแข็งแกร่งขึ้นได้ตรงไหนวะ????
    แล้วทำไมเค้าถึงชอบโดดห้องเชียร์กัน มันแย่ขนาดนั้นเลย?
     
     
    เป็นคำตอบที่ไม่เคยจะชัดเจน จนกระทั่งได้เจอกับตัว
    "ห้องเชียร์ แม่-ร-ง โหดส์"  คือ นิยาม
     
     
    วันแรกที่เข้าห้องเชียร์ของคณะ คิดในใจอยู่ตลอดเวลาว่า ...เป็นอะไรที่ไร้สาระ เรื่อยเปื่อยสุดๆ
    คำถามที่ดังขึ้นสุดๆในใจก็คือ .."ทำแบบนี้เพื่ออะไร?"  

    แค่ใส่ถุงเท้ามีลาย พี่ก็ว่า พี่ก็ด่า
    แค่เข็มขัดเบี้ยว พี่ก็สั่งขัดฉาก
    แค่ไม่รู้ว่าเพื่อนมากี่คน  แล้วที่ไม่มาน่ะไปไหน  พี่ก็สั่งขัดฉาก
    ตอบช้า ก็ด่า
    นิ่งเงียบ ก็ด่า
    ร้องเพลงไม่เพราะ ก็ด่า
    บอดตามตรงวันแรกเจอทั้งหมดเท่าที่เขียนมา แล้วอยากตะโกนถามพี่ว๊ากดังๆว่า "พี่ทำไปเพื่ออะไรคะ?"
    คิดว่า สถานการร์กดดันรุ่นน้องแบบนี้ ให้ผลดีมากกว่าผลเสียงั้นหรอ
    เห็นน้องยืนกลัวจนตัวสั่น เห็นน้องร้องไห้ พี่สะใจมากใช่มั๊ยคะ?
    บอกน้องว่าอย่ามองหน้ารุ่นพี่ แต่พี่มายืนจ้องหน้าน้อง 
    ทั้งหมดมันแบบว่า สุดๆอ่ะ
    กลับไปวันแรก หัวเสีย งง  สรุป .. ห้องเชียร์ คือ อะไรๆก็ผิด  อย่างงั้นใช่มั๊ย?
     
     
    พี่สั่งให้จำชื่อเพื่อน ชื่อจริง-นามสกุลจริง และ รหัสเพื่อนให้ได้ทุกคนภายใน 3 วัน
    เป็นอะไรที่โคดๆ ยิ่งกว่าอ่านหนังสือสอบ
     
    แต่ผลลัพธ์ของมันคุ้มค่ากว่าสิ่งที่ตาเห็น หรือ ปากท่อง
    เพราะคณะของพวกเรา มีกันอยู่แค่นี้
    ชั้นปีเรามีแค่ 54 คน...
    "มีกันอยู่แค่นี้... ไม่รักเธอจะรักใคร"  จริงมั๊ย?
     
    ในน้ำเสียงกระแทกกระทั้นของพี่ว๊าก มีความรู้สึกหลายๆอย่างซ่อนอยู่
    ในวันหลังๆของห้องเชียร์  คือการนำบทเรียนที่พวกเราผิดพลาดในวันแรกๆมาปรับปรุงแก้ไข
    ทำมันให้ดีขึ้น.. จากที่พี่นัด ห้าโมงเย็น ก็มากันห้าโมงเย็น ก็เปลี่ยนเป็นมาตั้งแต่ บ่ายสาม เพื่อมาซ้อมร้องเพลงใต้คณะ
    แล้วจัดแถวเรียง ID ตั้งแต่ สี่โมงครึ่ง

    ความสามัคคีเกิดขึ้นที่ตรงนี้ และตั้งแต่นี้ต่อไป
     
    ในชีวิตจริง คุณแน่ใจหรอว่า จะมีเวลาเหลือพอให้คุณนำเอาสิ่งที่ผิดพลาดจากเมื่อวานมาแก้ไขให้ดีขึ้นในวันถัดไปได้
    เพราะ พรุ่งนี้ เป็นเพียงสิ่งที่เราทึกทักเอาว่ามีอยู่จริง ด้วยความเคยชินเท่านั้น
     
    ...สิ่งเหล่านี้  ห้องเชียร์ จะสอนคุณ....
    ความรู้กดดันในห้องเชียร์ จะสอนให้ พวกเรารู้จักอดทน รู้จักความสามัคคี รู้จักความเสียสละ มีน้ำใจ
    เพื่อนที่ยกมือตอบในห้องเชียร์  เค้าคือคนที่เสียสละ
    เพื่อนที่ยกมือ ช่วยเพื่อน เค้าคือคนมีน้ำใจ
    อยากให้ดู เป็นตัวอย่าง
     
    ใครที่โดดห้องเชียร์ .. คุณได้พลาดโอกาสดีๆในชีวิตไปแล้ว..
    อย่างแรก คือ ถ้าพี่ให้จำชื่อเพื่อนรอบๆตัวให้ได้ ในนั้นจะไม่เคยมีชื่อคุณ
    อย่างที่สอง คือ รุ่นพี่จะไม่เคยรู้จักความเป็นตัวคุณ หรือแม้กระทั่ง ชื่อของคุณ
    อย่างที่สาม ถ้าคุณคิดว่า  เพราะห้องเชียร์มันหนัก มันน่าเบื่อ มันกดดัน ใครทนได้ก็ปล่อยเค้าเข้าไปอยู่อย่างนั้น อยากบอกให้รู้ว่า  คุณเห็นแก่ตัวสุดๆ
    อย่างที่สี่ สืบเนื่องจากอย่างที่ สาม ในอนาคต ชีวิตจริงกดดันกว่าในห้องเชียร์เยอะ  ถ้าแค่ห้องเชียร์คุณยังไม่ยอม ไม่กล้าที่จะเปิดใจให้มันผ่านไป
    กับเรื่องร้ายแรง และอุปสรรคมากมายในชีวิตข้างหน้า ก็เป็นเรื่องยากที่คุณจะจัดการ และผ่านมันไปให้ได้
    อย่างที่ห้า คุณคงไม่มีวันได้ร้องเพลงของมหาลัยอย่างภาคภูมิใจให้ใครฟังได้ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่า เพื่อนในห้องเชียร์ต้องร้องเพลงๆนึงกี่ร้อยรอบ กว่ารุ่นพี่จะบอกเพื่อนคุณแค่ว่า ใช้ได้นะ แม้ว่าเพื่อนของคุณจะร้องดีมากๆแล้วก็ตาม
    อย่างที่หก กว่าเพื่อนๆของคุณจะสามาคคีร่วมแรงร่วมใจ เพื่อให้ได้รุ่นมา โดยที่ไม่มีคุณร่วมช่วย แต่พวกเค้าก็ยอมให้คุณเป็นหนึ่งในรุ่นนั้น  คุณภาคภูมิใจกับมันหรอ?
    อย่างที่เจ็ด อยู่มหาวิทยาลัย คุณเรียนตัวคนเดียวไม่ได้ และ ไม่รอด ห้องเชียร์ จะเติมเต็มส่วนนั้นให้กับเพื่อนๆของคุณ แต่ไม่ใช่คุณ
    อย่างที่แปด เมื่อซักวันนึงคุณเป็นรุ่นพี่ แล้วไม่มีน้องเข้าห้องเชียร์  คุณจะรู้ว่าความรู้สึกนั้นมันแย่ขนาดไหน สิ่งที่คุณพยายามเตรียมงานมาแรมเดือน รอคอยน้องมาแรมปี แล้วมาเจอน้องแบบพวกคุณ ไม่มี.. คงดีกว่า
    อย่างที่เก้า คนที่เคยผ่านความลำบากมาด้วยกัน จะรักกันมาก แต่ไม่ใช่คุณ
    อย่างที่สิบ เข้าห้องเชียร์ซักวันนึงในชีวิต แล้วคุณจะได้รับอะไรหลายๆอย่างจากมัน
     
    ใครที่คิดจะโดดห้องเชียร์ ขอให้คิดใหม่ ไม่คิดถึงเพื่อนที่ต้องซวยเพราะคุณ
    (รู้มั๊ยว่าบางคณะ เพื่อนมาไม่ครบเค้าทำไง?  เพื่อนที่มาต้อง ลุกนั่ง = จำนวนเพื่อนที่ไม่มา x 10 นะ)
    ก็อยากให้คิดถึงอนาคตของตัวเอง  ..เพราะชีวิตต้องผ่านการทดสอบมากมาย จึงจะแข็งแกร่งอย่างแท้จริง

    พอผ่านมันมาได้ คุณจะรู้ความจริงของชีวิตว่า พี่ว๊ากจริงๆแล้ว ก็เป็นแค่รุ่นพี่น่ารักๆคนนึง ที่ไม่ได้น่ากลัวเลย
    เหมือนกับ อุปสรรคมากมาย สุดท้าย มันก็แค่บททดสอบ ความแข็งแกร่ง  หรือคุณอยากจะอยู่อย่างคนอ่อนแอช่วยเหลือตัวเองไม่เป็น ก็เชิญ
     
    Because cheer room makes you to be stronger, pass through it and learn for your future.
    Cheer room,the mirror to see who are your real friends
    จริงๆ เราไม่เคยโกรธเพื่อนที่ไม่เข้าห้องเชียร์เลยนะ เสียดายแทนมากกว่า
    เพราะชีวิต ต้องการการเรียนรู้  มันอยู่ที่ว่า  ตอนนี้ คุณยอมให้ชีวิตของคุณได้เรียนรู้แล้วหรือยัง
    นะจ๊ะ
    เผิงโย่ว~
     
    ปล. เข้าใจหน่อยว่า อาทิตย์หน้า ฟิชจา quiz วิชาแนวๆปรัชญาชีวิต อาทิเช่นว่า คนเราเกิดมาต้องการอะไร เนื้อหามันเลยออกมาแนวนี้ซะงั้น
    ทำไมช่วงนี้ ดอกไม้มันไม่กระพริบๆเลยอ่ะ อยากอ่าน space คนอื่นๆ อัพกันหน่อยน๊าๆ
     
    รู้ว่าเรียนกันเหนื่อย ..สู้ๆ  ฟิชเข้าไว้ๆ
    ^o^
    June 02

    :: University-ism ::

    สีเหลืองแดง นี่หรือคือธรรมศาสตร์

      "อี๋~  มหาลัยนิยม

    จำได้ว่านี่เป็นคำพูดแรกเมื่อก้าวเท้าเข้าไปใน รั้วยูงทอง..
    จนถึงตอนนี้ ก็ยังยืนยันในความคิดเดิม

    เป็นสิ่งที่เจอกับตัวเองบ่อยครั้ง จนเรียกว่า เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไปแล้วก็ได้
    สำหรับเรื่องแบบนี้

    แบบที่ว่า  ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ
    หรือในแบบ xxxHolic ที่เจ๊ยูโกะเปรยเอาไว้ว่า .. การที่หวังไว้ แล้วไม่เป็นไปตามหวังน่ะ สมกับเป็นมนุษย์จังเลยนะ  
    แต่ว่ายกมาแบบนี้อาจไม่ค่อยจะถูกหลัก logic เท่าไร
    ก็ imply มันใช้ย้อนกลับไม่ได้นี่นะ

    ใช่มั๊ย.. เด็กนิติ?

    ในอีกหลายๆก้าวต่อมาในอาณาเขตเดิม  แม้กระทั่งในตอนที่สวมชุดมหาลัยนี้
    ก็ยังคงไม่ชอบในความเป็น ..university-ism แบบจัดๆ ของที่นี่
    แต่ว่า ไม่ชอบด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น

    ถึงรู้ว่า...  ทำไมเขาถึงภูมิใจนักหนา กับความเป็น สีเหลือง-แดง

            กว่าจะก่อ กว่าจะตั้ง กว่าจะสร้าง
           จนสว่างเด่นชัด เช่นวันนี้
           คนธรรมศาสตร์ ต่อสู้ อุทิศชีวี
           เพื่อเสรี เพื่อประชาธิปไตย 
                          (June 2, 2007)

    อะไรทำนองนั้น...  อยู่ดีๆมาแต่งกลอนให้มหาลัยอีกเรา เอาเข้าไป
    โดยส่วนตัวไม่ชอบอะไรทำนองนี้  ไม่ชอบพวกที่ลุกขึ้นมาต่อต้าน คัดค้าน สร้างความวุ่นวาย
    บังเอิญเป็นพวกศิลปิน อะไรแบบนั้น เลยออกแนวรักสงบ แต่ถึงรบก็ขาด(ไม่ใช่ละ) 

    พอได้มาเรียน(ที่นี่)  ถึงรู้ว่า ทำไมพวกเขาถึงเป็นแบบนั้น
    คืนที่แรมพิศวาส ฉายตอนอวสาน  เด็ก dent บุกหอ C7  ..ซึ่งเป็นหอพักชาย
    ทั้งหญิงทั้งชาย หอบ ไบกอน ไปให้กำลังใจคุณพจน์ อยู่ใต้หอ
    ตอนนั้นเจอ เด็กรัดสาด หลายคนอยู่ ได้ยินเค้าคุยกันว่า  พรุ่งนี้ที่คณะมีนัดเปิดทีวีดูผลยุบไม่ยุบ 

    ...คงไม่ใช่เพราะมหาลัยปลูกฝังแต่อย่างเดียวแล้ว  แต่เพราะทุกคนเชื่อในสิ่งนี้ พวกเขาจึงมารวมตัวกันที่นี่  มากกว่า... 

    วันรุ่งขึ้น ทีวีทุกเครื่องที่เดินผ่านมีแต่เรื่อง ยุบไม่ยุบ
    คนส่วนใหญ่นั่งดู ...แน่นอนเราเดินผ่าน
    แต่ภาพที่เห็น ทำให้ชัดเจนในคำว่า  ...คนธรรมศาสตร์...   มากขึ้น

    จริงๆในทุกๆมหาลัยก็คงมีความเป็น มหาลัยนิยมเหมือนกันหมด
    แต่ ที่นี่ คงจัดเป็น ประเภท   หัวรุนแรง 
    มันก็ไม่แปลกเท่าไร  และนั่นก็อย่างที่บอก  ...เราไม่ชอบอยู่ดี 

    ยังไงก็เถอะนะ   อีก 6 ปีข้างหน้า
    "เธอจะเป็นธรรมศาสตร์ไปตลอดชีวิต"

    แม้จะไม่ใช่ Royalty สีชมพู
    แต่เรา คือคนของประชาชน

    เก๋จิงๆ (แต่มีสิทธิโดนด่าได้ทีเดียว) 

    ที่จะบอกก็คือ
    ตอนนี้เริ่มรักสถาบันขึ้นมาบ้างนิดนึง  แค่นี้แหล่ะ

      **เก็บ 1 คะแนน หล่ะนะ 555+**